|
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีข่าว นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และนายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ร่วมแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกรมบัญชีกลางตรวจพบข้อมูลค่ารักษาพยาบาลครอบครัวข้าราชการในระบบจ่ายตรง ของโรงพยาบาล 3 แห่ง คือโรงพยาบาลค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร โรงพยาบาลเรณูนคร จังหวัดนครพนม และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเรียกเก็บจากกรมบัญชีกลางไม่ถูกต้อง เบื้องต้นพบข้อมูลของโรงพยาบาล 2 แห่ง มีกรณีคล้ายกันคือ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวต้องรักษาต่อเนื่อง สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นไปรับยาแทนได้ โดยไม่มีการบันทึกการตรวจรักษาในเวชระเบียน ซึ่งเป็นช่องทางให้มีผู้ไปเบิกยา โดยที่ผู้ป่วยไม่ได้รับยา ซึ่งกรณีนี้อาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต หรือการสวมสิทธิ โดยหลังจากนั้นทางผู้สื่อข่าวจึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม และโรงพยาบาล อ.เรณูนคร จ.นครพนม
โดยได้รับการชี้แจงจาก นายแพทย์ พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ว่า กรณีดังกล่าวได้รับรายงานจาก นายแพทย์ปรีดา วรหาญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอเรณูนคร ว่าสืบเนื่องจากเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ดีเอสไอ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้มีการเข้าตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการสั่งจ่ายยาของโรงพยาบาล ที่ไม่มีหลักฐานในการสั่งจ่ายจากแพทย์ รวมถึงไม่มีหลักฐานการรับยาของผู้ป่วยบางราย ในเอกสารประวัติของผู้ป่วย ที่จะเป็นที่มาของการทุจริตเบิกจ่ายยา ในช่วงปี 2551 – 2552 แต่ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้มีการลงหลักฐานไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้เป็นสาเหตุส่อในทางทุจริต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยครอบครัวข้าราชการที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ รวมถึงผู้ป่วยที่เป็นโรคประจำตัว ไม่สามารถมารับยาได้เอง จึงมีการให้ญาติมารับยาแทน ที่จะเป็นสาเหตุต่อการสวมสิทธิ์เบิกค่าใช้จ่ายเกินความจริง
นายแพทย์ พีระ อารีรัตน์ กล่าวอีกว่า แต่หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทางโรงพยาบาลก็ได้มีการนำหลักฐานในระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงผู้ป่วยมายืนยัน ตรงตามความเป็นจริงแล้ว โดยขอยืนยันว่าไม่มีการทุจริตอย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุที่เป็นปัญหาเรื่องการเซ็นหลักฐาน อาจเกิดจากที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลมีแพทย์ไม่เพียงพอ ทำให้พยาบาลสั่งจ่ายยาเอง และไม่มีการลงลายมือแพทย์ ที่อาจมองได้ว่าส่อในทางทุจริต ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้มีการตรวจสอบจัดทำระบบการป้องกันเป็นที่เรียบร้อย ส่วนกรณีที่เป็นข่าวก็ถือเป็นผลดีที่จะทำให้โรงพยาบาลในสังกัดมีการเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ตนจึงได้มีการสั่งกำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่นครพนม 11 แห่ง เข้มงวดดูแล เรื่องระบบจ่ายยา ให้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอน บ้องกันการทุจริตตามมา
หนุ่มแมน 7 สี ไทยรัฐ ข่าว ดีเจหนุ่มก๊อต สุเทพ หันจรัส สมาชิกเครือข่าย นสพ.ภาคอิสานฯ ผู้สื่อข่าวสมาคมนักข่าวจังหวัดนครพนม ผู้สื่อข่าว นสพ.นครสาร ผู้จัดทำรายการสวัสดีนครพนม FM 107.75 MHz เวลา 06.00-07.00 น. รายงาน.. |