นครพนม | รู้จักกับนครพนม | ข่าวนครพนม | สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม | ประเพณีและวัฒนธรรมนครพนม | อัลบั้มภาพนครพนม | แผนที่นครพนม | เว็บบอร์ดนครพนม |
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวนครพนม

จังหวัดนครพนม

สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม

ประเพณีและวัฒนธรรม

อำเภอต่าง ๆ ของนครพนม

บุคคลสำคัญของนครพนม

ชนเผ่าในนครพนม

อัลบั้มภาพนครพนม

โรงแรมที่พักและร้านอาหาร

ภูมิปัญญาชาวนครพนม

สถานีวิทยุในนครพนม

หน่วยงานและองค์กรต่างๆ

พระธาตุประจำปีเกิด

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่3

พระธาตุประจำวันเกิด

Nakhon Phanom

เล่นเกมส์ฟรี

วีดีโอ เพลง ออนไลน์

ติดต่อลงโฆษณา

Sponsor Links
หมวด » สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม » โบราณสถาน - โบราณวัตถุ
--

 

พระบาง วัดไตรภูมิ ท่าอุเทน

พระบาง วัดไตรภูมิ ท่าอุเทน
               เอ่ยถึง  พระบาง  ใคร ๆ ก็คงนึกถึงพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของลาว  ที่ประดิษฐานในเมืองหลวงพระบางในปัจจุบัน  เพราะพระบางองค์นั้นมีประวัติยาวนานเกี่ยวข้องกับทั้งราชอาณาจักรกัมพูชา  ลาว  และสยาม  ซึ่งตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นในลังกาทวีป  หลังจากพระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพานไปแล้ว  ๔๖๓  ปี  และอยู่ลังกาทวีปนานถึง  ๙๖๓  ปี  ก่อนมีการอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ กรุงอินทปัตถนคร (เขมร)  ครั้นถึงสมัยพระเจ้าฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณี แห่งนครเชียงทอง(หลวงพระบาง)  จึงได้อัญเชิญแห่แหนมาไว้ในลาว ณ เมืองเวียงคำก่อน  และต่อมาในสมัยพระเจ้าวิชุลราชจึงได้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐาน ณ เมืองหลวงเชียงทองล้านช้างร่มขาว  เมืองนั้นจึงได้ชื่อเมืองหลวงพระบางสืบมา 
              ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชพระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างลงมายังนครเวียงจันทน์ในปี พ.ศ.๒๑๐๓ พระองค์ได้อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์นี้ลงมาสถิต ณ กรุงเวียงจันทน์ด้วย  รวมเวลา พระบางอยู่ในเวียงคำ ๑๔๓ ปี  อยู่ในหลวงพระบาง ๒๐๒ ปี จึงมาสถิตในเวียงจันทน์ดังกล่าว
               ในปี ๒๓๒๒  (อ้างอิงตาม  ประวัติพระบาง เขียนโดย  จันทะพอน  วันนะจิด) เกิดสงครามกับสยาม(สมัยกรุงธนบุรี)  พระบาง  พร้อมพระแก้วมรกต  จึงถูกอัญเชิญไปสยาม(ไทย)ประดิษฐานไว้ที่กรุงธนบุรี  จนถึงปี พ.ศ. ๒๓๒๕ พระเจ้านันทเสนจึงได้ขอพระบางคืนสู่ลาว  สถิต ณ เวียงจันทน์อีกครั้งหนึ่ง  ได้ ๔๕ ปีก็ถูกแย่งชิงกลับไปไว้ในกรุงเทพฯของสยามอีกครั้งหนึ่ง  และได้กลับมายังลาวอีกในสมัยของ  พระเจ้าจันทราช ปกครองหลวงพระบางซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงมีพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระบางกลับสู่ลาว  โดยออกจากกรุงเทพแล้วขึ้นไป ตามลำน้ำโขงทางเมืองปากลาย    แขวงไชยบุรี ถึงหลวงพระบาง  และประดิษฐาน ณ เมืองนั้นเป็นที่สักการบูชาเลื่อมใสของชาวลาว และชาวพุทธทั่วไปมาจนปัจจุบัน
              จะเห็นว่า พระบาง เป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญต่อคนบนสองฝั่งโขงมายาวนาน  และที่จะเล่าถึงพระบางที่วัดไตรภูมิองค์นี้เพราะเห็นมีชื่อพ้องกัน  ลักษณะก็คล้ายกันมากมาก  และเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของผู้คนแถบนี้ไม่แพ้กัน  ที่สำคัญมีประวัติการสร้างจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงด้วย
        พระบาง  วัดไตรภูมิ  อ.ท่าอุเทน  จ. นครพนม  เป็นพระพุทธรูปยืน ปางห้ามสมุทร  สูง ๘๐ นิ้ว  ประดิษฐานอยู่บนฐานรูปแปดเหลี่ยม   สูง ๑๕ นิ้วรองรับด้วยรูปช้าง ๘ เชือก องค์พระหล่อด้วยโลหะหลายชนิดที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น ทอง นาค เงิน ทองคำขาว  และทองแดง เป็นต้น  ที่รัดประคต(สายรัดเอว)มีนิลฝังอยู่เป็นระยะ ๆ ที่พระนาภีมีเพชรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๕ นิ้วฝังอยู่(ปัจจุบันหายไป) องค์พระและฐานสร้างเป็นส่วนแยกออกจากกันได้   สามารถถอดออกได้ เป็น  ๕ ชิ้น คือ  พระรัศมี  พระเศียร  พระหัตถ์ซ้าย-ขวา  ลำตัว  และฐานแปดเหลี่ยม
          รอบฐานของพระบางวัดไตรภูมินี้มีจารึกด้วยอักษรลาวเก่า(ไทน้อย)อ่านได้ความว่า  “สมเด็จพระเหมะ วันทา กับทั้ง อัง เต วา สิ  อุบาสก  อุบาสิกา  ได้ร่วมแรง ร่วมใจกันสร้างพระนี้ขึ้นมา  มีขนาดเท่าตัวคน  เพื่อให้ไว้ เป็นที่ สักการะ บูชา เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๐๐๘  ตรงกับปีวอก เดือน ๓  ขึ้น ๙ ค่ำ วันศุกร์...”
            ตามประวัติแล้ว พระบางวัดไตรภูมิมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง  จากวัดบ้านคก  แขวงคำเกิด 
       ขอให้เราคิดถึงประชาชนบนสองฝั่งแม่น้ำโขงโดยตัดความเป็นชาติ  เป็นประเทศออกไป  เราจะเห็นภาพความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน  โดยแม่น้ำโขงไม่เคยขวางกั้น   ยิ่งในเรื่องประเพณี วัฒนธรรมที่ต้องตุ้มโฮม(รวมน้ำใจ)กันแล้ว  ถือเป็นปกติที่จะข้ามไปข้ามมาหาสู่  การอัญเชิญพระพุทธรูปจากฝั่งนั้นไปฝั่งนี้  จากฝั่งนี้ไปฝั่งนั้นเป็นไปด้วยศรัทธาโดยแท้  พระบางวัดไตรภูมิก็ถูกอาราธนามาด้วยเหตุนี้  เช่นกัน
           ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๐  เจ้าเมืองหินบูน  แขวงคำเกิด  มีความรักและเคารพพระอาจารย์หงษ์ ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่วัดพระธาตุ  ท่าอุเทน   เป็นภิกษุที่มีผู้นับถือเลื่อมใสกันทั้งสองฝั่งโขงอยู่แล้ว  เจ้าเมืองหินบูน และคณะจึงได้อัญเชิญพระบางจากบ้านคก  ตำบลหินเหิบ มามอบให้ท่านและประดิษฐานไว้ที่วัดพระธาตุท่าอุเทน   และต่อมาได้ย้ายมาที่วัดไตรภูมิจนถึงปัจจุบัน

เขียนเมื่อ : 22 ส.ค. 2553,19:01   เข้าชม : 6294 ครั้ง



สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม » โบราณสถาน - โบราณวัตถุอื่นๆที่น่าสนใจ
พระอินทร์แปลง
พระอินทร์แปลงนั้นคนเฒ่าคนแก่เล่าว่า พระอินทร์แปลงพระองค์ลงมาหล่อองค์พระจึงได้ชื่อว่า พระอินทร์แปลง หลวงพ่อพระอินทร์แปลงมีอายุประมาณ 1,000 ปี
วัดธาตุศรีคูณ
เป็นหอแจกแบบโปร่ง ยกพื้นสูงผนังเปิดโล่ง 3 ด้าน ยกเว้นด้านที่ติดกับอาสนะสงฆ์ มีช่องระบายอากาศเป็นรูปวงโค้งเว้นช่วงเป็นระยะ ๆ เช่นเดียวกับส่วนหลังคาที่มีการซ้อนชั้นและเว้นช่องระบายอากาศระหว่างหลังคาจั่ว
พระธาตุอินทร์ปลง
พระธาตุอินทร์ปลง บางทีก็เรียกว่าพระธาตุหัวคู หรือพระธาตุนาคูประดิษฐานอยู่บนเนินวัดเก่าข้างสระน้ำกลางทุ่งนาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านสร้างหิน ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร
พระพุทธพระเนาว์
พระเนาว์ เป็นพระพุทธรูปโบราณ ไม่ปรากฏใครเป็นผู้สร้างมานานเท่าไหร่ เป็นพระพุทธรูปที่มีอารุภาพมาก เป็นที่เราคพสักการะบูชาของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในท้องถิ่มมากกว่า 25 หมู่บ้าน ในเขตอำเภอศรีสงคราม
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พระบาง วัดไตรภูมิ ท่าอุเทน


แบ่งปัน     แนะนำบทความหรือเนื้อหาหน้านี้ลงใน Facebook
 

คติพจน์_9ประการ คลิปแสกเต้นสาก ชนเผ่าไทยแสก ที่พักจ.นครพนม ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม นาแก ประวัติอาณาจักรโคตรบูรณ์ ประเพณีไหลเรือไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ_2553 พระธาตุพนม ฟ้อนภูไท_ ภาพเรือยาว ภาพเเข่งเรือยาวบัวหลวง รำบวงสรวงพระธาตุพนม รูปสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขง ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขงนครพนม วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม สะพาน อบต.นาทราย อบต.บ้านค้อ อาณาจักรโคตรบูรณ์ เผ่าไทลาว แข่งเรือยาวของ_จ_นครพนม โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลศรีสงคราม โรงแรมที่นครพนม โรงแรมนครพนม โรงแรมนครพนม_ริเวอร์ โรงแรมวิวโขง ไหลเรือไฟ_2553



Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
Links