นครพนม | รู้จักกับนครพนม | ข่าวนครพนม | สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม | ประเพณีและวัฒนธรรมนครพนม | อัลบั้มภาพนครพนม | แผนที่นครพนม | เว็บบอร์ดนครพนม |
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวนครพนม

จังหวัดนครพนม

สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม

ประเพณีและวัฒนธรรม

อำเภอต่าง ๆ ของนครพนม

บุคคลสำคัญของนครพนม

ชนเผ่าในนครพนม

อัลบั้มภาพนครพนม

โรงแรมที่พักและร้านอาหาร

ภูมิปัญญาชาวนครพนม

สถานีวิทยุในนครพนม

หน่วยงานและองค์กรต่างๆ

พระธาตุประจำปีเกิด

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่3

พระธาตุประจำวันเกิด

Nakhon Phanom

เล่นเกมส์ฟรี

วีดีโอ เพลง ออนไลน์

ติดต่อลงโฆษณา

Sponsor Links
หมวด » บุคคลสำคัญของนครพนม » พระเถระ
--

 

พระจันโทปมาจารย์ (หลวงปู่คำพันธ์ จนฺทูปโม)

พระจันโทปมาจารย์ (หลวงปู่คำพันธ์  จนฺทูปโม)
ประวัติโดยสังเขป  พระจันโทปมาจารย์ (หลวงปู่คำพันธ์  จนฺทูปโม)

...................................

พระจันโทปมาจารย์ ฉายา จนฺทูปโม อายุ ๘๑ พรรษา ๖๐ วิทยฐานะ น.ธ. เอก

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีวิชัย บ้าน ศรีเวินชัย ตำบล สามผง อำเภอ ศรีสงคราม จังหวัด นครพนม เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอศรีสงคราม-บ้านแพง-นาหว้า-นาทม (ธรรมยุต)
เป็นพระอุปัชฌาย์

สถานะเดิม ชื่อ คำพันธ์ นามสกุล ปทุมมากร 
เกิดวัน ๓ ฯ ๒ ปี มะโรง วันที่ ๑๓ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๑ บิดา นายอ้วน มารดา นางทุมา บ้านหมู่ที่ ๑๓ เลขที่ ๖๔ ตำบล สามผง อำเภอ ศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
บรรพชา วัน ๕ ฯ ๑๒๑๒๗ ปี มะเมีย วันที่ ๔ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕
วัด ศรีเทพประดิษฐาราม ตำบล ในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัด นครพนม
พระอุปัชฌาย์ พระสารภาณมุนี วัด ศรีเทพประดิษฐาราม ตำบล ในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัด นครพนม

อุปสมบท วัน ๒ ฯ๑๒๑๒ ๗ ปี ชวด วันที่ ๒๘ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๑
วัด ศรีเทพประดิษฐาราม ตำบล ในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัด นครพนม
พระอุปัชฌาย์ พระสารภาณมุนี วัด ศรีเทพประดิษฐาราม ตำบล ในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัด นครพนม
วิทยฐานะ พ.ศ. ๒๔๙๒ สอบได้ น.ธ. เอก สำนักเรียนวัด โพธิ์ชัย  ต.สามผง 
อำเภอ ศรีสงคราม จังหวัด นครพนม

การศึกษาพิเศษ สอบได้  ครูพิเศษมูล

การปกครอง พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็น เจ้าอาวาสวัดศรีวิชัย  บ้านศรีเวินชัย  ต.สามผง อำเภอ ศรีสงคราม จังหวัด นครพนม

พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็น เจ้าคณะอำเภอศรีสงคราม-บ้านแพง-นาหว้า-นาทม (ธ)
พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็น พระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอศรีสงคราม-บ้านแพง-นาหว้า-นาทม (ธ) จังหวัดนครพนม

งานสาธารณูปการ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นประธานดำเนินการ ก่อสร้างอุโบสถ  วัดศรีวิชัย บ้านศรีเวินชัย
ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็น ผู้นำชาวบ้านในการก่อสร้าง ทำนบห้วยอา ประชาน้อมเกล้า ฯ สมณศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้รับแต่งตั้งเป็น พระครูวินัยธร
พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้รับแต่งตั้งเป็น พระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูอดุลธรรมภาณ  จอ.ชท.
พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้รับแต่งตั้งเป็น พระครูสัญญาบัตร ที่  ราชทินนามเดิม  จอ.ชอ.
พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับแต่งตั้งเป็น พระครูสัญญาบัตร ที่ ราชทินนามเดิม  จอ.ชพ.
พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ (ยก) ที่ พระจันโทปมาจารย์

----
ธรรมะ คำสั่งสอนของท่านเจ้าคุณจันโทปมาจารย์

ธรรมะเป็นของดี

ธรรมะเป็นของดี  ถ้าโลกขาดธรรมะแล้วก็อยู่ไม่เป็นสุข  เพราะฉะนั้นธรรมะจึงเป็นของสำคัญสำหรับชีวิตที่จะขาดไม่ได้  คนเรามีธรรมะถือว่ามีของดีอยู่ในใจธรรมะเป็นเครื่องห้ามโลกที่จะไม่ให้  ฉิบหาย  ไม่วุ่นวาย  ก็รู้แก่ใจทุกคนว่าขาดธรรมะแล้วขาดไม่ได้  แต่ก็ร้องหาธรรมะว่าควรจะประพฤติปฏิบัติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ควรฝึกหัดตัวเองให้มีธรรมะคือ   จิตใจ

ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว

ของสำคัญในชีวิตของเราก็คือใจเป็นใหญ่ในการปกครองของกาย  ใจเป็นนายกายเป็นบ่าวรับใช้จะพูดดี  ทำดี  ก็ใจบ่งบอกให้พูดจะทำชั่วคิดชั่ว  ทำชั่วพูดชั่วก็เพราะใจบังคับให้พูด  ให้ทำชั่วพูดชั่วเพราะฉะนั้นใจจึงเป็นของสำคัญที่ควรระวัง  หัวหน้าที่เป็นประธานผู้เป็นใหญ่ในร่างกายคือใจ  จึงมีสติกำหนดละเว้นสิ่งที่เป็นชั่วเป็นบาปที่ทำให้เกิดแก่ใจ  คอยระวังสังวรอยู่วาระจิต  ขณะที่จิตคิดไปต้องมีสติสังวรระวังอย่าให้ทำบาปอย่าให้คิดบาป  พูดบาป  ใจแปลว่าผู้สั่งสม  เราทำบาปก็สั่งสมไว้ที่ใจที่จิต  เก็บไว้ในใจ  บันทึกไว้เหมือนกระดาษซับสามารถที่จะซับสีที่จะประทับลงไปเป็นสีดำสีแดง  สีเขียว     สีเหลือง  กระดาษซับเอาไว้ก็มีสีต่างๆ  อยู่ในกระดาษซับฉันใด  ใจเราก็เหมือนกัน

ความลับไม่มีในโลก  (ทำอะไรใจย่อมรู้ )

ถ้าทำดีก็บันทึกดีไว้ในใจ  ถ้าทำชั่วก็บันทึกชั่วไว้ในใจ  เก็บบันทึกไว้ในใจ  แล้วเฉลี่ยผล  คือให้ผล  วิบากกรรม ที่ทำชั่วทำดีเป็นระยะๆ  เป็นวาระที่จะต้องออกผลให้บังเกิดแก่ผู้ที่ทำชั่ว  คิดชั่ว  ทำดีคิดดี ถ้าผลแห่งความดีก็มีความสุข  ถ้าผลแห่งความชั่วก็เป็นความทุกข์  แต่เราทุกคนก็ไม่ได้สังวรระวัง  ยังคิดว่าผลแห่งความชั่วไม่มี ทำชั่วบาปอย่างที่ผู้อื่นไม่เห็นด้วย ไม่เห็นเราทำชั่ว  สมมุติว่าไม่มีผลก็พ้นจากการจับจองเป็นผู้ต้องหาเพราะทำชั่ว ตีเขา ฆ่าเขา พ้นไปได้จากการโดนตำรวจจับจอง  ติดคุก  ติดตารางก็  ไม่ติด  พ้นไปจากนี้เมื่อบุคคลผู้เป็นพาล  สันดาลที่หยาบก็คิดว่าบาปไม่มีพ้นบาปไปได้   ความจริงการทำดี ทำชั่วนั้นไม่พ้นจากจิตเรารู้  ความลับไม่มีในโลกหรอก

ใจคือคลังเก็บสมบัติ  (ดีและเลว)

การทำชั่วที่ผู้อื่นไม่เห็น เราทำชั่วลงไปแล้วผู้อื่นไม่เห็น เทวดาท่านก็เห็น พญายมบาล  นายนิรบาล ทำบัญชีขึ้นไว้แล้วว่าทำชั่วอย่างนั้นอย่างนี้เห็นความชั่วที่เราทำ  มนุษย์ไม่เห็นแต่เทวดาเห็น  ยมบาลเห็นหรือหากเทวดาไม่เห็น  ยมบาลก็ไม่เห็น  แต่ก็มีผู้หนึ่งที่มองเห็น คือตัวเราเองเป็นผู้เห็น  ปกปิดไม่ได้  ฉะนั้นเราทำชั่ว ผู้อื่นไม่เห็น พ้นจากกฎหมายบ้านเมือง  รอดพ้นจากการถูกจับกุมมาก็ตาม  แต่ความชั่วแห่งการกระทำใจเราเห็นสมบูรณ์  บริบูรณ์ครบถ้วนหมด บันทึกไว้ที่ใจแล้วเก็บไว้ที่ใจแล้วผลความชั่วจะปรากฏขึ้นมาในภายหลัง  แต่จะช้าหรือไวนั้นแล้วแต่กาลเทศะ  เพราะใจเราคิดทั้งบาป   คิดทั้งบุญสลับปะปนกันตลอดเวลา  ทุกวันทุกเวลาเราคิดดูว่าวันนี้เราตื่นขึ้นมาแล้วเราคิดชั่วกี่ครั้ง  คิดดีกี่ครั้ง  ทำดีกี่ครั้งทำชั่วกี่ครั้งสลับซับซ้อนปะปนกันตลอดเวลา  เพราะฉะนั้น  การให้ผลก็ให้ผลตามลำดับที่เรากระทำไว้  เพราะการบันทึกความดีความชั่วคือใจคือจิตนี่เองเป็นผู้บันทึกไว้  ใจของเราเป็นคลังสมบัติไว้เก็บความชั่วและความดี

ผลของบาปและบุญ

ถ้าเราสั่งสมความชั่ว ใจก็เป็นผู้เศร้าหมอง มืดดำ เมื่อตายจากชาตินี้ไปก็ไปสู่ทุคติ และเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรตอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าสะสมความดีก็เป็นจิตขาวจิตสะอาด มีความสุขไปเกิดในชาติหน้าก็มีความสุข อย่างน้อยก็มาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา อินทร์ พรหม ตลอดจนบรรลุปรินิพพาน ก็เพราะปราศจากอาสวะกิเลส ความชั่ว ความเศร้าหมองต่างๆ นั่นเอง เป็นจิตบริสุทธิ์ผุดผ่องเพราะมีความดีกำกับเสมอ นั่นคือการทำบาป ทำบุญ

บุญแก้บาปไม่ได้ (เมื่อมีการกระทำก็ย่อมมีผล)

การกระทำอย่าคิดว่ามันผ่านไปแล้วก็แล้วไป นั่นสำหรับคนคิดง่ายๆ  ไม่คิดให้ลึกซึ้ง คนปัญญาสั้นๆ คิดใกล้ๆ เห็นแต่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว  อย่างเห็นผิดที่ว่าการทำบาปนั้น ทำบุญแก้ได้ ที่จริงทำบุญนี่แก้บาปแก้บุญไม่ได้ ทำไปแล้วก็เป็นอันทำไป  แก้บาปแก้บุญไม่ได้ ไปล้างกันไม่ได้ บางคนมีความคิดว่าทำบุญแก้บาป ทำดีแก้ชั่ว ทำชั่วมัวหมองมาแล้วทำบุญสักนิดหน่อยก็แก้ได้  ที่จริงมันแก้ไม่ได้ท่านเปรียบเหมือนกับบุคคลผู้เอาน้ำบรรจุไห ในไหใบนั้นเอาเกลือสักหนึ่งแก้วเทลงไป แล้วเทน้ำจืดลงไปแก้วหนึ่ง  ความเค็มก็ยังเข้มข้น ยังมีความเค็มอยู่ เราเพิ่มน้ำจืดลงไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาจนเต็มไห ความเค็มของเกลือก็หมดไปเหลือแต่น้ำจืด  แต่เราจะเห็นเนื้อเกลือหายไปไหนหรือเปล่า มันก็ไม่หายไปไหน  ก็ยังอยู่ในนั้นเอง  แต่ว่าสู้น้ำใสน้ำจืดไม่ได้  เพราะว่ามันมากกว่า  นี่เป็นการว่าล้างบาปไม่ได้

กรรมไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ (ยุติธรรมที่สุด)

ทางความเห็นบางลัทธิ บางศาสนา บางคนก็ว่าล้างบาปจากใจ  มันล้างไม่ได้ ประมาณดังกล่าวมาแล้ว  แต่การทำความดีกลบเกลือนั้นได้  เหมือนกับพระอริยะเจ้าทั้งหลาย บางองค์บางท่านบุพกรรมภายหลังยังติดตามมาอยู่ แม้จะบรรลุพระนิพพานได้เป็นพระอรหันต์แล้วก็ตาม  อย่างพระโมคคัลลาน์   ผู้เป็นสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้านั้น แม้จะบรรลุคุณวิเศษเป็นพระอริยบุคคล บรรลุพระนิพพานได้แล้ว แต่ว่ากรรมเก่าครั้งหลังยังบันดาลให้มีอยู่เพราะลำดับแห่งกรรม แห่งความชั่ว แห่งความดี บังคับเป็นเวลา เป็นเดือน เป็นปี เป็นชาติ  หลายภพ หลายชาติ  ยังติดต่อตลอดเวลา ให้ผลตลอดเวลา เพราะฉะนั้นบุคคลพวกคิดสั้นที่ว่าทำบาปไปแล้วก็แล้วไปถ้าคนไม่รู้ไม่เห็น  ที่จริงเราเห็น เรารู้ เราได้เห็น จึงไม่ควรประมาทว่าทำบาปเพียงเล็กน้อยแล้วก็หายไป ที่จริงไม่หาย ที่จริงบาปบุญนั้นสลับกันให้ผลในปัจจุบันชาตินี้ และชาติต่อๆ ไป  หรือหลายภพหลายชาติ  แต่บุคคลเราผู้มีความไม่เป็นกลาง ลำเอียงเพราะทำบาปแล้วอย่างมาก อย่างหนัก แต่ก็นึกอยากได้รับผลเพียงเบาๆ  ถ้าทำบุญเพียงเล็กน้อยอยากได้ผลมาก ทำบาปมากอยากได้ผลน้อย นี่ลำเอียง ไม่ยุติธรรม

จงแสวงหาทางแห่งสุข (กุศล)

ความจริงแล้วผลแห่งการบาป แห่งการบุญ ไม่ได้ขึ้นกับใจ คนผู้คิดเอาเป็นบาปหนัก ทำบาปหนักก็ได้กรรมหนัก  เสวยผลทุกข์หนัก  ถ้าทำบุญก็เสวยผลบุญตามกำลังที่เราทำ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า อย่าทำบาป อย่าทำเหตุแห่งความชั่ว เพราะว่าเหตุแห่งความชั่วนั้นจะให้ผลในต่อไป ทุกคนผู้มีปัญญาสั้น เห็นสั้นๆ  คิดว่าปัจจุบันนี้พ้นจากกฎหมายบ้านเมืองแล้วจะพ้นจากบาป  คิดว่าบาปไม่มีแล้ว  พ้นแล้ว  หมดแล้ว  ที่จริงมันไม่หมด  ถ้าเป็นบาปที่สั่งสมไว้ในจิตใจยังไม่สะอาด  ยังเป็นปุถุชนที่สามารถทำบาปทำบุญได้อยู่ตลอดเวลา หลายภพหลายชาติที่เกิดมาก็มีบุญสนอง มีบาปสนอง ให้ผลตลอดเวลา  เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนให้แสวงหาทางที่เป็นบุญ จงทำเหตุแห่งความสุขคือบุญกุศลที่เราทำจะได้เป็นที่พึ่งอันดี ประเสริฐในภพนี้และภพหน้า เพราะฉะนั้นจงมีสติคอยระวังสังวร ระวังใจอย่าให้คิดบาป  ทำบาปอย่าบันทึกบาปไว้ในใจให้มาก  จงบันทึกบุญไว้ให้มาก เก็บหอมรอมริบไว้ให้มาก  ทางที่เป็นบุญ พบผลหวังผลก็คิดว่าการทำบุญยาก  ที่จริงการทำบุญต้องเสียทรัพย์ เสียสิ่งของ ซึ่งจริงๆ บุญบางอย่างไม่ต้องเสียสิ่งของก็ได้  ดังการทำบุญ ๑๐ ประการที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้

ที่มา http://watsriwichai.com

เขียนเมื่อ : 22 ส.ค. 2553,15:42   เข้าชม : 3615 ครั้ง



บุคคลสำคัญของนครพนม » พระเถระอื่นๆที่น่าสนใจ
พระราชปริยัติยาจารย์
พระราชปริยัตยาจารย์ ใมณศักดิ์ พระราชาคณชั้นราช วัดหาธาตุ ตำบลในเมืองอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
พระเทพวรมุนี
เมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม 2552 พระราชธีราจารย์ วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวรมุนี
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม พระอริยเจ้าผู้มีปฏิปทาประดุจเสือโคร่ง วัดป่าอรัญญิกาวาส บ้านข่า ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
พระจันโทปมาจารย์ (หลวงปู่คำพันธ์ จนฺทูปโม)
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีวิชัย บ้าน ศรีเวินชัย ตำบล สามผง อำเภอ ศรีสงคราม จังหวัด นครพนม เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอศรีสงคราม-บ้านแพง-นาหว้า-นาทม (ธรรมยุต) เป็นพระอุปัชฌาย์
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พระจันโทปมาจารย์ (หลวงปู่คำพันธ์ จนฺทูปโม)


แบ่งปัน     แนะนำบทความหรือเนื้อหาหน้านี้ลงใน Facebook
 

คติพจน์_9ประการ คลิปแสกเต้นสาก ชนเผ่าไทยแสก ที่พักจ.นครพนม ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม นาแก ประวัติอาณาจักรโคตรบูรณ์ ประเพณีไหลเรือไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ_2553 พระธาตุพนม ฟ้อนภูไท_ ภาพเรือยาว ภาพเเข่งเรือยาวบัวหลวง รำบวงสรวงพระธาตุพนม รูปสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขง ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขงนครพนม วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม สะพาน อบต.นาทราย อบต.บ้านค้อ อาณาจักรโคตรบูรณ์ เผ่าไทลาว แข่งเรือยาวของ_จ_นครพนม โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลศรีสงคราม โรงแรมที่นครพนม โรงแรมนครพนม โรงแรมนครพนม_ริเวอร์ โรงแรมวิวโขง ไหลเรือไฟ_2553



Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
Links