นครพนม | รู้จักกับนครพนม | ข่าวนครพนม | สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม | ประเพณีและวัฒนธรรมนครพนม | อัลบั้มภาพนครพนม | แผนที่นครพนม | เว็บบอร์ดนครพนม |
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวนครพนม

จังหวัดนครพนม

สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม

ประเพณีและวัฒนธรรม

อำเภอต่าง ๆ ของนครพนม

บุคคลสำคัญของนครพนม

ชนเผ่าในนครพนม

อัลบั้มภาพนครพนม

โรงแรมที่พักและร้านอาหาร

ภูมิปัญญาชาวนครพนม

สถานีวิทยุในนครพนม

หน่วยงานและองค์กรต่างๆ

พระธาตุประจำปีเกิด

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่3

พระธาตุประจำวันเกิด

Nakhon Phanom

เล่นเกมส์ฟรี

วีดีโอ เพลง ออนไลน์

ติดต่อลงโฆษณา

Sponsor Links
หมวด » บุคคลสำคัญของนครพนม » บุคคลทางประวัติศาสตร์
--

 

นายพรหม สูตรสุคนธ์

           นายพรหมเป็นบุตรนายม่าน นางทองเทศ สูตรสุคนธ์ ณ นครพนม เกิดวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2441 ที่คุ้มวัดกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
            เมื่อยังเป็นเด็กท่านแตกต่างจากเด็กทั่ว ๆ ไป คือ รักการเรียนรู้ ช่างสังเกตจดจำ บรรดาหนังสือผูกท้องตราหมายรับสั่งซึ่งเก็บไว้ในคุ้มบูชาเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ท่านก็นำมาหัดอ่าน หัดเขียนจนท่านสามารถอ่านและเขียนหนังสือไทยได้คล่องแคล่ว ยามค่ำก็จะอ่านวรรณคดี เช่น เรื่อง สังข์ทอง ให้เด็ก ๆ ในละแวกบ้านซึ่งมาชุมนุมฟังกัน   ทำให้ท่านเป็นผู้ที่มีเพื่อนฝูงบริวารมากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ท่านเริ่มเข้าโรงเรียนเมื่ออายุ   8 ขวบ และเรียนจบชั้นมัธยม 3 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด ในมณฑลอุดรได้ด้วยวัยเพียงสิบกว่าขวบคณาจารย์ได้ยกให้ท่านเป็นผู้ช่วยครูใหญ่ทันที   ในสมัยนั้นผู้ที่เข้าใจเรียนมักจะมีอายุใกล้ครบบวชแล้ว เพื่อให้อ่านคัมภีร์คำสวดทางพุทธศาสนาได้พอรู้เรื่อง ลูกศิษย์ของท่านจึงมีอายุมากกว่าท่านเกือบสิบปี การที่ต้องสั่งสอนปกครองคนที่มีอายุมากกว่ากันมากทำให้ท่านต้องเรียนรู้วิธีการที่จะเอาชนะคนจนเป็นที่รักของผู้ที่พบเห็นตลอดมา
            ในปี 2456   พระยามหาอำมาตยาธิบอดี    (เส็ง   วิริยะศิริ) ปลัดทูลฉลอง กระทรวงมหาดไทยไปตรวจราชการมณฑลอุดร พระราชกิจภักดี (ดวงเกษ ณ รครพนม) น้าชายของท่านได้นำท่านไปฝากเข้าเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอไปเมื่อ 23 ปีก่อนหน้านั้น พระศรีวรราช (ทองปาน สรียาวงศ์) คุณตาของท่านเสียชีวิตที่ดงพระยาไฟระหว่างเข้ามารับตราตั้งแต่เป็นเจ้าเมืองนครพนม ทำให้ทางการเมืองนคตรพนมจัดบายศรีสู่ขวัญท่านเป็นการใหญ่ และควบคุมฤกษ์ส่งตัวของท่านได้เพราะต้องผ่านแก่งในเวลาน้ำขึ้นท่านจึงหมดโอกาสเข้าเรียนที่กรุงเทพฯ
            เมื่ออายุ 20 ปี ท่านมีสิทธิสอบวิขาปลัดอำเภอและสอบได้บรรจุเป็นเสมียนตราจังหวัดหนองคาย และที่นี่เองท่านได้แสดงความสามารถตามวิชาความรู้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสนามบิน ศาลากลาง จวนข้าหลวงประจำจังหวัด โรงพยาบาล และสถานที่ราชการอื่น ๆ จนกระทั่งมีตำแหน่งนายช่างโยธาเทศบาล ภาระของท่านจึงลดลง นอกจากงานในหน้าที่เสมียนแล้วตรา ท่านยังต้องรับผิดชอบในการรับรองแขกเมือง   ที่มาเยี่ยมเยือน เพราะท่านเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี   เนื่องจากหนองคายเป็นจังหวัดชายแดน   เยื้องกับเวียงจันทร์   ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศลาว   จึงมีการติดต่อในระดับข้าราชการในพื้นที่   ข้าราชการรุ่นเก่าในสมัยนั้นยังยึดติดกับฤกษ์ยาม   โดยเฉพาะยามอุบากอง   หากเป็นยามไม่ดีจะไม่ยอมไปตามหมายนัด   ในงานพิธีของฝรั่งเศส ทำให้กำหนดการเคลื่อนไปหมด   ท่านจึงต้องเป็นตัวแทนข้าราชการชาวไทยไปในงานพิธีของฝรั่งเศสทุกครั้ง   จนเป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่ข้าราชการและชาวบ้านทั้งสองฝั่ง
            ในปี   พ.ศ. 2492   ท่านสอบวิชาสัญญาบัตรได้   แต่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอเพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ   จนถึงปี 2474   จึงได้เป็นพะทำมะรงจังหวัดหนองคาย และได้เป็นนายอำเภอในปี 2476  
            เมื่อท่านได้เป็นนายอำเภอเมืองจังหวัดหนองคาย   ท่านได้นำระบบการทำทะเบียนราษฎร์เคลื่อนที่โดยนำงานของอำเภอทั้งหมดไปบริการประชาชนตามตำบลและหมู่บ้านห่างไกลทำให้งานทะเบียนราษฎร์และงานในหน้าที่ของอำเภอเป็นระบบสมบูรณ์ขึ้น   ในยุคของท่านในปี พ.ศ. 2478   รัฐสภาผ่านประมวลกฎหมายแพ่งบรรพ 5 ฉบับ แก้ไขเพิ่มเติม   (กฎหมายผัวเดียวเมียเดียว) ท่านสามารถจัดการเรื่องทะเบียนสมรสได้สำเร็จอย่างรวดเร็วเป็นผลให้ท่านได้เป็นปลัดจังหวัดในเวลาต่อมา
            ผลงานของท่านเมื่อเป็นปลัดจังหวัดที่โดดเด่นคือ   เข้าร่วมในสงครามอินโดจีน   ตามรายละเอียดที่ท่านได้เล่าไว้เมื่อสงครามสิ้นสุด   ท่านได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับเหรียญชัยสมรภูมิแต่ถูกคัดค้าจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง   เพราะท่านผู้นั้นมาเที่ยวจังหวัดหนองคายระหว่างที่ปลัดจังหวัดกำลังจัดเตรียมก่อตั้งกองทัพลาวกู้ชาติ   จึงไม่ได้ให้การต้อนรับนายทหารผู้ใหญ่ท่านนั้นเป็นที่ท่านนายกฯ  รักใคร่และเกรงใจ   เรื่องเหรียญชัยสมรภูมิ   จึงเป็นอันระงับ สร้างความสะเทือนในให้ท่านพอสมควร
            เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว   ท่านปฏิเสธตำแหน่งผู้จัดการบริษัท   ห้างร้าน   ธนาคารต่าง ๆ ที่มาเชิญเพราะท่านต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายกับลูกหลาน   แต่ด้วยความสามารถและประสบการณ์ของท่าน   ท่านจึงถูกเรียกเข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือกรรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท   ที่ปรึกษาโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี   ในนโยบายเกี่ยวกับ   ประเทศลาวและเมื่อภัยคอมมิวนิสต์ลุกลามเข้ามาในประเทศไทย   ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการปฏิบัติงานฝ่ายพลเรือนของกองอำนวยการปราบปรามคอมมิวนิสต์   ซึ่งต่อมาคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน   ท่านได้ตั้งใจทำงานอย่างเข้มแข็งแม้ว่าจะพ้นวัยทำงานมาแล้ว   ครั้งนั้นผู้คนหวาดระแวงภัยคอมมิวนิสต์ไปทั่วหากชาวบ้านมาขอคำชี้แจงจากทางการมักจะถูกฝ่ายทหารบางคนที่หวาดระแวงจนเกินว่าเหตุชี้หน้าว่า   สอนกันมาให้พูดจากป่า   ท่านได้แก้ไข   โดยเสนอให้ปฏิบัติกับราษฎรด้วยความเมตตา   รับทราบปัญหาของชาวบ้าน   และหาทางแก้ไข   รวมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจและเอาชนะใจราษฎรในพื้นที่แทรกซึม ฯลฯ   นโยบายเหล่านี้ค่อย ๆ คลี่คลายมาเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 ในที่สุด
            จากผลงานอันไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย   ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ   โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวุฒิสมาชิกในปี 2512    และเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติในปี 2514   นอกจากนั้นยังได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานครหลวงกรุงเทพฯ  ธนบุรี ในปี 2515   รวมทั้งเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาสมาคมชมรมต่าง ๆ    อีกนับไม่ถ้วน   ซึ่งท่านก็มุ่งมั่นทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถทุกแห่ง
            ท่านกล่าวเสมอว่า   ท่านยังรับบำนาญของหลวง   ต้องสนองเบื้องพระยุคลบาท   รับตำแหน่งข้าราชการบำนาญก็จะขอให้ท่านเป็นตัวแทนไปมอบกระเช้าดอกไม้   และรัฐมนตรีก็จะขอคำแนะนำอันเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์จากท่าน   เมื่อข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยเข้ารับตำแหน่งใหม่มักจะมาขอพรจากท่าน
            เมื่อท่านอายุเกือบ 90 ปี   ทางราชการยังเชิญท่านเป็นที่ปรึกษามูลนิธิอีสานเขียว   ซึ่งท่านได้ร่วมมืออย่างเต็มความสามารถ   ไม่เพียงแต่ลูกหลานที่มีอยู่มากมายแม้กับชาวอีสานและชาวมหาดไทยที่ท่านรักทุกคนท่านก็ให้ความเมตตาเป็นประธานในงานต่าง ๆ   ใครมีเรื่องเดือดร้อน   ท่านก็ช่วยเหลือทุกราย   พระคุณของท่านปกแผ่ไปทั่ว
            ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต   ท่านจึงต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างยากจนไม่มีแม้แต่บ้านเป็นของตัวเองต้องอาศัยลูก ๆ อยู่   เมื่อสหรัฐเริ่มสร้างทางยุทธศาสตร์เพื่อส่งกำลังบำรุงให้แก่ฐานบินของตนท่านต่อสู้อย่างเข้มแข็งให้สร้างทางต่อจากอุดรไปหนองคาย   ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของอเมริกันแต่ฝ่ายเดียวจนสำเร็จ   ผู้ใหญ่สมัยนั้นได้ตอบแทนโดยให้ท่านเลือกเอาเส้นทางช่วงหนึ่งช่วงใดก็ได้จากขอนแก่นไปอุดร   เพื่อหาผลประโยชน์เพราะสงสารในความยากจนของท่าน แต่ท่านก็ไม่ขอรับชีวิตของท่านมีแต่อุทิศเพื่อคนอื่นจนวาระสุดท้าย

เขียนเมื่อ : 21 ส.ค. 2553,23:03   เข้าชม : 1249 ครั้ง



บุคคลสำคัญของนครพนม » บุคคลทางประวัติศาสตร์อื่นๆที่น่าสนใจ
นายสง่า จันทรสาขา
นายสง่า จันทรสาขา เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2457 ที่ตำบลศรีมงคล อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม เป็นบุตรรองอำมาตย์เอก หลวงพิทักษ์พนมเขตต์ (นามเดิมสีห์ จันทรสาขา)
พลเอกมานะ รัตนโกเศศ
พลเอกมานะ รัตนโกเศศ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 15 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2468 ที่ล้านพักปลัดจังหวัดนครพนม ถนนสุทรวิจิตร (เดิมเรียก ถนนริมโขง) อำเภอเมืองนครพนม (เดิมเป็นอำเภอหนองบึก)
แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์
ครอบครัว "จันทนิตย์" ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ ๒๒ หมู่ ๑๑ (บ้านศรีบุญเรือง บ้านธาตุน้อย) ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม ห่างจากจุดที่ทางราชการกำหนดให้เป็นจุด รับเสด็จ ประมาณ ๗๐๐ เมตร
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นบุตรของพันตรีหลวงเรืองเดชอนันต์ (ทองดี ธนะรัชต์) กับ นางจันทิพย์ ธนะรัชต์ เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2451 ตรงกับวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : นายพรหม สูตรสุคนธ์


แบ่งปัน     แนะนำบทความหรือเนื้อหาหน้านี้ลงใน Facebook
 

คติพจน์_9ประการ คลิปแสกเต้นสาก ชนเผ่าไทยแสก ที่พักจ.นครพนม ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม นาแก ประวัติอาณาจักรโคตรบูรณ์ ประเพณีไหลเรือไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ_2553 พระธาตุพนม ฟ้อนภูไท_ ภาพเรือยาว ภาพเเข่งเรือยาวบัวหลวง รำบวงสรวงพระธาตุพนม รูปสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขง ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขงนครพนม วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม สะพาน อบต.นาทราย อบต.บ้านค้อ อาณาจักรโคตรบูรณ์ เผ่าไทลาว แข่งเรือยาวของ_จ_นครพนม โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลศรีสงคราม โรงแรมที่นครพนม โรงแรมนครพนม โรงแรมนครพนม_ริเวอร์ โรงแรมวิวโขง ไหลเรือไฟ_2553



Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
Links