นายพรหมเป็นบุตรนายม่าน นางทองเทศ สูตรสุคนธ์ ณ นครพนม เกิดวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2441 ที่คุ้มวัดกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
เมื่อยังเป็นเด็กท่านแตกต่างจากเด็กทั่ว ๆ ไป คือ รักการเรียนรู้ ช่างสังเกตจดจำ บรรดาหนังสือผูกท้องตราหมายรับสั่งซึ่งเก็บไว้ในคุ้มบูชาเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ท่านก็นำมาหัดอ่าน หัดเขียนจนท่านสามารถอ่านและเขียนหนังสือไทยได้คล่องแคล่ว ยามค่ำก็จะอ่านวรรณคดี เช่น เรื่อง สังข์ทอง ให้เด็ก ๆ ในละแวกบ้านซึ่งมาชุมนุมฟังกัน ทำให้ท่านเป็นผู้ที่มีเพื่อนฝูงบริวารมากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ท่านเริ่มเข้าโรงเรียนเมื่ออายุ 8 ขวบ และเรียนจบชั้นมัธยม 3 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด ในมณฑลอุดรได้ด้วยวัยเพียงสิบกว่าขวบคณาจารย์ได้ยกให้ท่านเป็นผู้ช่วยครูใหญ่ทันที ในสมัยนั้นผู้ที่เข้าใจเรียนมักจะมีอายุใกล้ครบบวชแล้ว เพื่อให้อ่านคัมภีร์คำสวดทางพุทธศาสนาได้พอรู้เรื่อง ลูกศิษย์ของท่านจึงมีอายุมากกว่าท่านเกือบสิบปี การที่ต้องสั่งสอนปกครองคนที่มีอายุมากกว่ากันมากทำให้ท่านต้องเรียนรู้วิธีการที่จะเอาชนะคนจนเป็นที่รักของผู้ที่พบเห็นตลอดมา
ในปี 2456 พระยามหาอำมาตยาธิบอดี (เส็ง วิริยะศิริ) ปลัดทูลฉลอง กระทรวงมหาดไทยไปตรวจราชการมณฑลอุดร พระราชกิจภักดี (ดวงเกษ ณ รครพนม) น้าชายของท่านได้นำท่านไปฝากเข้าเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอไปเมื่อ 23 ปีก่อนหน้านั้น พระศรีวรราช (ทองปาน สรียาวงศ์) คุณตาของท่านเสียชีวิตที่ดงพระยาไฟระหว่างเข้ามารับตราตั้งแต่เป็นเจ้าเมืองนครพนม ทำให้ทางการเมืองนคตรพนมจัดบายศรีสู่ขวัญท่านเป็นการใหญ่ และควบคุมฤกษ์ส่งตัวของท่านได้เพราะต้องผ่านแก่งในเวลาน้ำขึ้นท่านจึงหมดโอกาสเข้าเรียนที่กรุงเทพฯ
เมื่ออายุ 20 ปี ท่านมีสิทธิสอบวิขาปลัดอำเภอและสอบได้บรรจุเป็นเสมียนตราจังหวัดหนองคาย และที่นี่เองท่านได้แสดงความสามารถตามวิชาความรู้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสนามบิน ศาลากลาง จวนข้าหลวงประจำจังหวัด โรงพยาบาล และสถานที่ราชการอื่น ๆ จนกระทั่งมีตำแหน่งนายช่างโยธาเทศบาล ภาระของท่านจึงลดลง นอกจากงานในหน้าที่เสมียนแล้วตรา ท่านยังต้องรับผิดชอบในการรับรองแขกเมือง ที่มาเยี่ยมเยือน เพราะท่านเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี เนื่องจากหนองคายเป็นจังหวัดชายแดน เยื้องกับเวียงจันทร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศลาว จึงมีการติดต่อในระดับข้าราชการในพื้นที่ ข้าราชการรุ่นเก่าในสมัยนั้นยังยึดติดกับฤกษ์ยาม โดยเฉพาะยามอุบากอง หากเป็นยามไม่ดีจะไม่ยอมไปตามหมายนัด ในงานพิธีของฝรั่งเศส ทำให้กำหนดการเคลื่อนไปหมด ท่านจึงต้องเป็นตัวแทนข้าราชการชาวไทยไปในงานพิธีของฝรั่งเศสทุกครั้ง จนเป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่ข้าราชการและชาวบ้านทั้งสองฝั่ง
ในปี พ.ศ. 2492 ท่านสอบวิชาสัญญาบัตรได้ แต่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอเพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จนถึงปี 2474 จึงได้เป็นพะทำมะรงจังหวัดหนองคาย และได้เป็นนายอำเภอในปี 2476
เมื่อท่านได้เป็นนายอำเภอเมืองจังหวัดหนองคาย ท่านได้นำระบบการทำทะเบียนราษฎร์เคลื่อนที่โดยนำงานของอำเภอทั้งหมดไปบริการประชาชนตามตำบลและหมู่บ้านห่างไกลทำให้งานทะเบียนราษฎร์และงานในหน้าที่ของอำเภอเป็นระบบสมบูรณ์ขึ้น ในยุคของท่านในปี พ.ศ. 2478 รัฐสภาผ่านประมวลกฎหมายแพ่งบรรพ 5 ฉบับ แก้ไขเพิ่มเติม (กฎหมายผัวเดียวเมียเดียว) ท่านสามารถจัดการเรื่องทะเบียนสมรสได้สำเร็จอย่างรวดเร็วเป็นผลให้ท่านได้เป็นปลัดจังหวัดในเวลาต่อมา
ผลงานของท่านเมื่อเป็นปลัดจังหวัดที่โดดเด่นคือ เข้าร่วมในสงครามอินโดจีน ตามรายละเอียดที่ท่านได้เล่าไว้เมื่อสงครามสิ้นสุด ท่านได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับเหรียญชัยสมรภูมิแต่ถูกคัดค้าจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เพราะท่านผู้นั้นมาเที่ยวจังหวัดหนองคายระหว่างที่ปลัดจังหวัดกำลังจัดเตรียมก่อตั้งกองทัพลาวกู้ชาติ จึงไม่ได้ให้การต้อนรับนายทหารผู้ใหญ่ท่านนั้นเป็นที่ท่านนายกฯ รักใคร่และเกรงใจ เรื่องเหรียญชัยสมรภูมิ จึงเป็นอันระงับ สร้างความสะเทือนในให้ท่านพอสมควร
เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านปฏิเสธตำแหน่งผู้จัดการบริษัท ห้างร้าน ธนาคารต่าง ๆ ที่มาเชิญเพราะท่านต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายกับลูกหลาน แต่ด้วยความสามารถและประสบการณ์ของท่าน ท่านจึงถูกเรียกเข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือกรรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท ที่ปรึกษาโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี ในนโยบายเกี่ยวกับ ประเทศลาวและเมื่อภัยคอมมิวนิสต์ลุกลามเข้ามาในประเทศไทย ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการปฏิบัติงานฝ่ายพลเรือนของกองอำนวยการปราบปรามคอมมิวนิสต์ ซึ่งต่อมาคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ท่านได้ตั้งใจทำงานอย่างเข้มแข็งแม้ว่าจะพ้นวัยทำงานมาแล้ว ครั้งนั้นผู้คนหวาดระแวงภัยคอมมิวนิสต์ไปทั่วหากชาวบ้านมาขอคำชี้แจงจากทางการมักจะถูกฝ่ายทหารบางคนที่หวาดระแวงจนเกินว่าเหตุชี้หน้าว่า สอนกันมาให้พูดจากป่า ท่านได้แก้ไข โดยเสนอให้ปฏิบัติกับราษฎรด้วยความเมตตา รับทราบปัญหาของชาวบ้าน และหาทางแก้ไข รวมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจและเอาชนะใจราษฎรในพื้นที่แทรกซึม ฯลฯ นโยบายเหล่านี้ค่อย ๆ คลี่คลายมาเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 ในที่สุด
จากผลงานอันไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวุฒิสมาชิกในปี 2512 และเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติในปี 2514 นอกจากนั้นยังได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานครหลวงกรุงเทพฯ – ธนบุรี ในปี 2515 รวมทั้งเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาสมาคมชมรมต่าง ๆ อีกนับไม่ถ้วน ซึ่งท่านก็มุ่งมั่นทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถทุกแห่ง
ท่านกล่าวเสมอว่า ท่านยังรับบำนาญของหลวง ต้องสนองเบื้องพระยุคลบาท รับตำแหน่งข้าราชการบำนาญก็จะขอให้ท่านเป็นตัวแทนไปมอบกระเช้าดอกไม้ และรัฐมนตรีก็จะขอคำแนะนำอันเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์จากท่าน เมื่อข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยเข้ารับตำแหน่งใหม่มักจะมาขอพรจากท่าน
เมื่อท่านอายุเกือบ 90 ปี ทางราชการยังเชิญท่านเป็นที่ปรึกษามูลนิธิอีสานเขียว ซึ่งท่านได้ร่วมมืออย่างเต็มความสามารถ ไม่เพียงแต่ลูกหลานที่มีอยู่มากมายแม้กับชาวอีสานและชาวมหาดไทยที่ท่านรักทุกคนท่านก็ให้ความเมตตาเป็นประธานในงานต่าง ๆ ใครมีเรื่องเดือดร้อน ท่านก็ช่วยเหลือทุกราย พระคุณของท่านปกแผ่ไปทั่ว
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ท่านจึงต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างยากจนไม่มีแม้แต่บ้านเป็นของตัวเองต้องอาศัยลูก ๆ อยู่ เมื่อสหรัฐเริ่มสร้างทางยุทธศาสตร์เพื่อส่งกำลังบำรุงให้แก่ฐานบินของตนท่านต่อสู้อย่างเข้มแข็งให้สร้างทางต่อจากอุดรไปหนองคาย ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของอเมริกันแต่ฝ่ายเดียวจนสำเร็จ ผู้ใหญ่สมัยนั้นได้ตอบแทนโดยให้ท่านเลือกเอาเส้นทางช่วงหนึ่งช่วงใดก็ได้จากขอนแก่นไปอุดร เพื่อหาผลประโยชน์เพราะสงสารในความยากจนของท่าน แต่ท่านก็ไม่ขอรับชีวิตของท่านมีแต่อุทิศเพื่อคนอื่นจนวาระสุดท้าย