สมุนไพร ชาวบ้านมีความรู้เรื่องพืชในท้องถิ่นมานานกว่าเจ็ดร้อยปี บรรพบุรุษของเรารู้จักพืชชนิดต่างๆ หลายร้อยชนิด และได้เสาะแสวงหาพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชที่ที่อยู่ใกล้ตัง หรือที่มีในป่ามาใช้เป็นประโยชน์เรื่อยมา โดยนำมาทำยารักษาโรคเป็นอันดับแรกผู้ที่รู้เรื่องพืชหรือต้นไม้ เอามารักษาโรค เรียกว่า หมอยา ซึ่งทำหน้าที่เก็บรักษาพืชเหล่านั้นไว้ มีตำรายาสำหรับรักษาโรค เมื่อมีผู้ป่วยไข้ จะใช้ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านรักษา ซึ่งมีการสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากรู้เรื่องพืชที่ใช้ทำยารักษาโรค ชาวบ้านยังรู้จักพืชนานาชนิด สำหรับปรุงผสมกับเนื้อปละ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อควาย ทำเป็นอาหารกินกับข้าว เช่น ขิง ตะไคร้ ข่าเป็นยาขับลม แก้ท้องเสีย เป็นต้น พืชเหล่านี้ปลูกไว้ในสวนครัว ในท้องนาใกล้บ้าน เพื่อสะดวกต่อการเก็บเป็นอาหาร นอกนี้ชาวบ้านยังรู้จักพืชที่เป็นพิษ บางชนิดเป็นขน ถูกตัวคนเป็นพิษคัน เช่น ต้นตำแย ภาคกลางเรียก หมามุ้ย ต้นบอน ถูกยางจะคัน ต้นมัน อีเพิ่ม จะมีหนามซึ่งเกิดจากพื้นดินรอบต้น เมื่อรู้แล้วก็หลีกเลี่ยง หากเข้าไปใกล้ๆ อาจจะเกิดอันตรายนี้ก็เรียกว่า เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเช่นเดียวกัน
พืชบางชนิดให้สีสวยงามไม่เป็นพิษเป็นภัย ดังนั้นชาวบ้านจึงเอามาผสมกับอาหารให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น เล่น ต้นเตยหอม ให้สีเขียวอ่อนและกลิ่นหอม ขมิ้น ให้สีเหลืองผลผักปังสุก ให้มีม่วงผลมะตูมสุกคลุกข้าวเหนียวเป็นสีเหลืองรับประทานได้
พืชที่ชาวบ้านนำมาใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตประขำวัน อาจจะแบ่งออกเป็นประเภท ๆ ได้แก่ พืชสมุนไพร พืชที่ใช้เป็นอาหาร พืชที่ให้สี พืชที่เป็นพิษ และพืชที่ใช้ทำเครื่องใช้ทั่วไป เช่น เกี่ยวกับหัตถกรรมจักสาน เป็นต้น
สำหรับพืชกลุ่มสมุนไพร คือ กลุ่มพืชที่นำมาใช้เป็นยารักษาโรค ซึ่งมีหลายร้อยชนิดใช้รักษาโรคแตกต่างกันไป ดังตัวอย่างต่อไปนี้
เครือเขาฮอ (บอระเพ็ด) มีรสขม แก้ไข้และขับปัสสาวะ เจริญอาหาร
ว่านไฟ (ไพล) ใช้หัว แก้ท้องเสีย ผสมใบฝรั่ง ใบทับทิมยิ่งดี (ใช้ต้ม)
มะตูม ใบและผล แก้ท้องเสีย (ใช้ต้ม)
มะเกลือ ใบและผล เป็นยาระบายและขับพยาธิในลำไส้ ใช้ย้อมผ้าเป็นสีดำ (ตำให้ละเอียดผสมน้ำ)
ขิง ข่า ตะไคร้ พริกไทย เป็นยาขับลม (ใช้ปรุงอาหาร หากใช้เป็นยา ก็ต้องต้ม)
ชุมเห็ด (ขี้เหล็กใหญ่) รากใช้ต้มเป็นยาระบายอ่อน ๆ ใบทุบหรือตำผสมน้ำมะนาว แก้โรคผิวหนัง (กลาก)
น้อยหน่า สะเดา เป็นยาฆ่าปมลงปละไล่แมลง ตำให้แหลกละเอียด ผสมน้ำ
ส้มป่อย ใบอ่อนเป็นอาหาร ต้มหรือแกงมีรสเปรี้ยว ฝักใช้ทำน้ำมนต์ในพิธีมงคล
มะกล่ำตาหนู (ชาฮ่องเต้) ใบเอาไปคั่วจนแห้งใช้ชงแทน น้ำชา มีรสหวานหอม เมล็ดมีพิษ กินแล้วถึงตาย ใช้เป็นยาฆ่าแมลง
เสม็ด ใบอ่อนใช้เป็นอาหาร เปลือกทุบแช่น้ำให้ สีน้ำตาลแก่ ย้อมผ้า ย้อมแห หรืออวน
ว่านหางจรเข้ ว่านหางจระเข้มี 2 ชนิด คือ พันธุ์พื้นเมือง และพันธุ์ต่างประเทศ ใบและลำต้นค่อนข้างใหญ่และอวบมีเมือกมากกว่าว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น แก้ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้ยางเมือกทาเคลือบแผลไว้ก็จะหาย ปวดแสบ ปวดร้อน ใช้ทาหน้า ทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม ใช้เชื่อมกับน้ำตาล เป็นยารักษาโรคกระเพาะลำไส้อักเสบ มีพ่อค้าทำเป็นเชิงพาณิชย์ เช่น ว่านหางจระเข้กระป๋องจำหน่ายเป็นสินค้า ทำรายได้แก่ผู้ปลูกอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ฟ้าทะลายโจร มีรสขม ต้มกินแก้ไข้ ท้องเสีย ท้องร่วง
ต้นทูน ใช้เป็นอาหาร ใบและก้านกินกับส้มตำ ก้านใช้แกงส้มตำ ก้านใช้แกงส้มมะขามเปียก หัวหรือราก แช่น้ำ (ประมาณ 1 ชม.) แล้วดื่มแก้ไขผิดสำแดง หรือชาวบ้านเรียกว่า ไข้กินของผิด