|
นายบุญสนอง บุญมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าววานนี้ (6 ธ.ค.) ว่า จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว การคมนาคมสามารถเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้ โดยใช้เวลาประมาณ3 ชั่วโมง จังหวัดนครพนม ได้กำหนดยุทธศาสตร์ พัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน โดยจะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง ด้านการค้า และการท่องเที่ยวกับกลุ่มประเทศอินโดจีน ซึ่งมุ่งเน้นให้มีการพัฒนาศักยภาพของโครงการพื้นฐาน เพื่อรองรับการเดินทางเข้าไปลงทุนในพื้นที่ รวมทั้งเพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่นักท่องเที่ยว
ผวจ.นครพนม กล่าวต่อว่า จังหวัดนครพนม ได้เสนอให้มีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 นครพนม – แขวงคำม่วน ตั้งแต่ปี 2545 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ในระดับท้องถิ่นและในภูมิภาคทั้งในด้านการคมนาคมขนส่งการท่องเที่ยวการอุตสาหกรรมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน และเมื่อปี 2548 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อน โดยอนุมัติงบกลางปี จำนวน 20 ล้านบาท ให้กรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการจัดหาบริษัทที่ปรึกษา 4 บริษัท ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
นายบุญสนอง กล่าวด้วยว่า จากการศึกษาความเหมาะสมเป็นเวลา 2 ปี มีผลสรุปจุดก่อสร้างฝั่งไทยที่จังหวัดนครพนม ที่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม และจุดก่อสร้างที่ฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริเวณบ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขณะนี้รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ร่วมลงนามในบันทึกความตกลงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 นครพนม – แขวงคำม่วนแล้ว และจะสามารถจ่ายค่าชดเชยเวนคืนที่ดินได้ประมาณเดือนพฤษภาคม 2551 งบประมาณก่อสร้าง 1,347 ล้านบาท เป็นงบผูกพัน 3 ปี โดยมีกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน เริ่มก่อสร้างได้ประมาณเดือนพฤษภาคม 2551 |