|
เปิดประตูเศรษฐกิจไทย-สปป.ลาว เดินหน้าสร้างสะพานข้ามโขงแห่งที่ 3 นครพนม-แขวง คำม่วน รัฐบาลไทยควักเงินสร้างเอง 1,400 ล้าน ภาคเอกชนขานรับ มั่นใจช่วยส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยวโต แนะจังหวัดนครพนมเตรียมความพร้อมตั้งศูนย์กระจายสินค้า
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 จังหวัดนครพนม-แขวงคำม่วน บริเวณที่จะก่อสร้างสะพานคือ ที่บ้านห้อม อ.เมือง จ.นครพนม และบ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ในวงเงินงบประมาณ 1,400 ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างตัวสะพาน อาคารด่านตรวจคนเข้าเมือง และถนนเพื่อเชื่อมกับถนนเส้นหลักทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว ซึ่งจะไม่มีทางรถไฟบนตัวสะพาน
ทั้งนี้รัฐบาลไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลโครงการได้ภายในกลางปี 2551 และดำเนินการก่อสร้างได้ในปลายปี 2551 เช่นเดียวกัน โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 30 เดือน แต่อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลไทยต้องดำเนินการเวนคืนที่ดินบริเวณที่จะก่อสร้างสะพานให้เรียบร้อยก่อน
นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทยประจำ สปป.ลาว เปิดเผยว่า โครง การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 จังหวัดนครพนม-แขวงคำม่วน ถือว่ามีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสะพานแห่งแรกและแห่งเดียวที่เป็นของไทยกับ สปป.ลาวล้วนๆ ไม่มีเงินสนับสนุนจากประเทศอื่น ถ้าการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ภาคอีสานของไทยมีทางออกสู่ทะเลด้านอ่าวตังเกี๋ย ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นการทะลุออกไปสู่ประชากร 70-80 ล้านคนในเวียดนามและจีนตอนใต้ ขณะเดียวกันปัจจุบัน เส้นทางอาร์สามเอจากจีนลงมาก็มีการก่อสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งเชื่อว่าโครงข่ายคมนาคมเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อไทยและ สปป.ลาวเป็นอย่างมาก
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ของไทยพิจารณาว่าจะใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อเป็นแกนในการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างไร และถ้าหากมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงอีกแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเชื่อมโยงเส้นทาง อ.ตระการพืชผล-เขมราฐ-นาตาล ต่อไปยังเมืองละครเพ็ง แขวงสาละวัน-กวางตรี-ดานัง ของเวียดนาม ตามเส้นทางหมายเลข 9 ก็จะทำให้เศรษฐกิจภาคอีสานก้าวไปข้างหน้าอีกมาก
ด้านนายมงคล ตันสุวรรณ รองประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 ระหว่าง จ.นครพนม กับแขวงคำม่วน นับว่าเป็นโครงการที่ดีเนื่องจากจะทำให้การเดินทาง การขนส่งสินค้ามีความสะดวกรวดเร็วขึ้น และมีต้นทุนต่ำลง แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดนครพนมก็ควรมีการเตรียมพร้อมเรื่องศูนย์กระจายสินค้าไว้ด้วย เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์พวงมาลัยขวาจากประเทศไทยยังไม่สามารถวิ่งเข้าไปในเวียดนามได้ ดังนั้นต้องมี subterminal เพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายสินค้า
ส่วนธุรกิจที่น่าจับตามองหลังจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงก่อสร้างเสร็จแล้วก็คือ ธุรกิจการท่องเที่ยว เนื่องจาก จ.นครพนม ตั้งอยู่ใกล้เวียดนามมากที่สุด ซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง ขณะเดียวกัน จ.นครพนม ก็มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยเฉพาะหมู่บ้านมิตรภาพไทย-นาจอก ที่อดีตเคยเป็นสถานที่พำนักอาศัยของท่านโฮจิมินห์ผู้นำเวียดนาม และปัจจุบันก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนม
อย่างไรก็ตาม เพื่อกระตุ้นการลงทุนในบริเวณนี้ ทางภาครัฐควรมีการดำเนินมาตรการเพื่อส่งเสริมการลงทุน โดยการประกาศให้ จ.นครพนม เป็นพื้นที่ที่ได้รับสิทธิพิเศษในการลงทุน ขณะเดียวกันภาครัฐก็ควรเข้ามามีบทบาทในการเจรจาทางด้านการค้ากับ สปป.ลาว ให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้นักธุรกิจไทยและ สปป.ลาว มีความเข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาด้านการค้าได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้มีนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ เข้าไปจับจ่ายใช้สอยที่ สปป.ลาว มากขึ้น
ด้านนายพรชัย กุลตั้งวัฒนา ผู้จัดการ บริษัท อีซูซุนครพนม จำกัด เปิดเผยว่า ถ้าหากมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงอีกแห่งหนึ่งที่ จ.นครพนม ก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางด้านการค้ากับประเทศเวียดนามได้อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การค้าขายมีความคล่องตัวและขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากเวลานี้เส้นทางหมายเลข 8 ใน สปป.ลาว ที่เชื่อมต่อไปยังเวียดนามมีความสะดวกเป็นอย่างดี
|