นครพนม | รู้จักกับนครพนม | ข่าวนครพนม | สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม | ประเพณีและวัฒนธรรมนครพนม | อัลบั้มภาพนครพนม | แผนที่นครพนม | เว็บบอร์ดนครพนม |
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวนครพนม

จังหวัดนครพนม

สถานที่ท่องเที่ยวนครพนม

ประเพณีและวัฒนธรรม

อำเภอต่าง ๆ ของนครพนม

บุคคลสำคัญของนครพนม

ชนเผ่าในนครพนม

อัลบั้มภาพนครพนม

โรงแรมที่พักและร้านอาหาร

ภูมิปัญญาชาวนครพนม

สถานีวิทยุในนครพนม

หน่วยงานและองค์กรต่างๆ

พระธาตุประจำปีเกิด

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่3

พระธาตุประจำวันเกิด

Nakhon Phanom

เล่นเกมส์ฟรี

วีดีโอ เพลง ออนไลน์

ติดต่อลงโฆษณา

Sponsor Links
หมวด » จังหวัดนครพนม » ประวัติศา่สตร์และข้อมูลทั่วไป
--

 

ทรัพยากรธรรมชาติ

ทรัพยากรธรรมชาติ
ทรัพยากรธรรมชาติ
 

2.  ทรัพยากรธรรมชาติ
      2.1   ทรัพยากรธรณี
      พื้นที่ในส่วนที่เป็นดิน   ของจังหวัดนครพนม  เป็นที่น่าสนใจหลายประการ   ทั้งส่วนที่เป็นดิน   หินลูกรัง  กรวด  ทราย   ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณในเชิงเศรษฐกิจนำไปสู่การประกอบอาชีพได้   เช่น   ดินที่บ้านกลาง   อำเภอท่าอุเทน   มีผู้กล่าวถึงหรือมีผลงานวิจัยออกมาว่าเป็นดินที่มีคุณภาพสูงสุดสำหรับงานด้านการก่อสร้าง   เป็นต้น   ซึ่งชาวบ้านกลางใช้ดินนี้ปั้นครก   ไห  ภาชนะต่าง ๆ  มาตั้งแต่บรรพบุรุษจนปัจจุบันนี้   เมื่อนำไปเผาแล้ว   เมื่อเคาะจะเสียงดังกังวาน   สีเป็นมัน  คล้ายโลหะ  พื้นที่ดินในจังหวัดนครพนมทั้งหมด   3, 464,061    ไร่   ซึ่งพอจะกล่าวถึงส่วนสำคัญในเรื่องดิน   หิน กรวด ทรายและดินลูกรังได้ดังนี้
  ดิน   เนื้อที่ดินทั้งหมดของจังหวัดนครพนมมี   3,464,061   ไร่   แบ่งได้   ดังนี้

  • พื้นที่ภูเขา      88,476  ไร่
  • พื้นที่อยู่อาศัย      55,526  ไร่
  • พื้นที่น้ำ                 121,899  ไร่
  • พื้นที่หินโผล่            815  ไร่
  • พื้นที่สันริมน้ำ      127,815  ไร่    
  • ดินดอน   แยกออกเป็น     
    • ดินลูกรัง                1,046,881  ไร่
    • ดินทราย                    16,702  ไร่
    • ดินร่วน                     433,232  ไร่
    • ดินตื้น                        24,220  ไร่
    • ดินที่ราบต่ำ  (ทำนา)   แยกออกเป็น
      • ดินลูกรัง                  357,479  ไร่
      • ดินทราย      93,139  ไร่
      • ดินร่วน      483,883  ไร่
      • ดินเหนียว      531,300  ไร่


ลักษณะดินและการใช้ประโยชน์

       ลักษณะดินจากการศึกษาและวิเคราะห์คุณสมบัติของดินในจังหวัดนครพนมโดยพิจารณาจากคุณภาพของที่ดินที่มีคุณสมบัติตอบสนองต่อความต้องการของพืชและสัตว์ความต้องการของการจัดหมวดหมู่   เป็นหน่วยที่ดิน   ทำให้สามารถจัดหมวดหมู่ของหน่วยที่ดินในจังหวัดนครพนมได้   20  หน่วยที่ดิน   ดังนี้
        หน่วยที่ดินที่  1    มีเนื้อที่ประมาณ  69,569   ไร่  หรือร้อยละ   2.02   ของเนื้อที่ทั้งจังหวัด    มีลักษณะสภาพพื้นที่ราบเรียบ   ความลาดชัน   0-2   เปอร์เซ็นต์   อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ย    120-150   เมตร   เป็นดินลึก   การระบายน้ำของดินค่อนข้างเลว   เนื้อดินบนมีเนื้อดินเป็นร่วนเหนียว  หรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง   ปฏิกิริยาดินอยู่ระหว่าง   6.5-7.5  เนื้อดินล่างมีเนื้อดินเหนียวหรือ   ดินเหนียวปนทรายแป้ง    ปฏิกิริยาดินยู่ระหว่าง  6.5-8.0  ความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง   ที่ดินในหน่วยนี้มีศักยภาพในการผลิตค่อนข้างสูง  มีจ้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดิน   คือ   ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำขังบริเวณหนึ่งประมาณ   3-4   เดือน   การใช้ประโยชน์ทีดินส่วนใหญ่พบกระจายอยู่ตามบริเวณฝั่งตะวันออกของจังหวัด    ติดแนวฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวทิศเหนือ   จรดทิศใต้
        หน่วยที่ดินที่   2   มีเนื้อที่ประมาณ  18,796   ไร่   หรือร้อยละ   0.55   ของเนื้อที่จังหวัดมีลักษณะทางกายภาพและความอุดมสมบูรณ์เหมือนหน่วยที่ดินที่   1  แต่หน่วยที่ดินนี้อยู่ในเขตชลประทาน   ทำให้ที่ดินในช่วงฤดูฝนใช้ทำนาปี  หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนาปี   แล้วทำการปลูกข้าวนาปรัง   หรือพืชไร่พวกถั่วต่าง  ๆ   ยาสูบและพืชผักต่าง  ๆ  ซึ่งในการปลูกพืชไร่หรือพืชผัก   ที่ดินนี้มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการระบายน้ำของดินค่อนข้างเลว   หน่วยที่ดินนี้ส่วนใหญ่จะพบกระจายอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดตลอดแนวฝั่งแม่น้ำโขง
         หน่วยที่ดินที่  3   มีเนื้อที่ประมาณ   255,765   ไร่   หรือร้อยละ   7.42   ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่ราบเรียบ   ความลาดชันของพื้นที่   0-2   เปอร์เซ็นต์    อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ   120-160   เมตร  เป็นดินลึก   การระบายน้ำของดินเลว    เนื้อดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวหรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง   ปฏิกิริยาดินอยู่ระหว่าง   5.0-7.0   เนื้อดินล่าง   มีเนื้อดินเป็นดินเหนียวหรือดินนี้มีศักยภาพในการผลิตปานกลาง   ซึ่งมีข้อจำกัดในด้านความอุดมสมบูรณ์   ซึ่งสามารถแก้ไขได้ในระดับวิธีการจัดการ   แบบธรรมดาโดยไม่ต้องลงทุนสูงการใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่ในช่วงฤดูฝนจะใช้ในการทำนา    หน่วยที่ดินนี้จะพบเป็นพื้นที่ค่อนข้างใหญ่   อยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอนาแก
          หน่วยที่อินที่  4   มีเนื้อที่ประมาณ   41,397   ไร่   หรือร้อยละ   1.20  ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะทางกายภาพของพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์เหมือนหน่วยที่ดินที่   3   แต่หน่วยที่ดินนี้อยู่ในเขตชลแระทายทำให้มีศักยภาพในการผลิตดีกว่าหน่วยที่ดินที่   3  นอกจากนี้ในฤดูที่สองหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วยังสามารถนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ในการทำนาปรัง   หรือ   ปลูกพืชไร่  เช่น  ถั่วต่าง  ๆ  และพวกพืชผักต่าง ๆ  แต่การปลูกพืชไร่จะมีข้อจำกัด   เกี่ยวกับการระบายน้ำของดิน   การใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน   ส่วนในฤดูแล้งจะใช้ในการทำนาปรัง   หรือ  ปลูกพืชไร่พวกถั่วต่าง  ๆ  ยาสูบ  และพืชผักต่าง ๆ  หน่วยที่ดินนี้พบกระจายอยู่ตามริมแม่น้ำโขงทางทิศจะวันออกของจังหวัด
            หน่วยที่ดินที่  5     มีเนื้อที่ประมาณ   112,189   ไร่   หรือร้อยละ    3.26  ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะพื้นที่ราบเรียบ   มีความลาดชัน   1-2   เปอร์เซ็นต์  เป็นดินลึกการระบายน้ำค่อนข้างเลว   เนื้อดินเป็นดินร่วน   ดินร่วนปนทรายแป้ง   ส่วนดินล่างมีเนื้อดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทรายแป้ง   ปฏิกิริยาของดิน   4.5-5.0   ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ   หน่วยดินนี้มีข้อจำกัด   ในการใช้ประโยชน์คือ   ในฤดูฝนจะถูกน้ำท่วมสูงเป็นระยะเวลานานยากต่อการแก้ไขปรับปรุงซึ่งในการที่จะแก้ไขปรับปรุงจะต้องลงทุนสูงการใช้ประโยชน์ในปัจจุบันยังไม่มีสภาพพื้นที่มีพืชพรรณที่อยู่ธรรมชาติเป็นพวกไผ่    และพืชพรรณไม้อื่นๆ  หน่วยที่ดินนี้พบเป็นบริเวณกว้างทางตอนใต้ของจังหวัดเป็นแนวยาวอยู่ในเขตอำเภอนาแก   อำเภอธาตุพนม   และอำเภอปลาปากนอกนั้นพบกระจายอยู่ในเขตอำเภอเมือง   อำเภอบ้านแพง   และอำเภอโพนสวรรค์
           หน่วยที่ดินที่  6    มีเนื้อที่ประมาณ  206,940   ไร่   หรือร้อยละ   6.01  ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่ราบเรียบ   ความลาดชันของพื้นที่   0-2   เปอร์เซ็นต์    อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง   น้อยกว่า   120   เมตร   เป็นดินเล็ก   การระบายน้ำของดินเลวมาก   เนื้อดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วนปนเหนียวหรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง  ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   4.5-5.0   หน่วย   ดินนี้มีข้อจำกัดเกี่ยวกับน้ำท่วมขังสูงประมาณ   1-2   เมตร  นานประมาณ   2-3  เดือน  เป็นประจำทุกปี   ปละพบหน่วยที่ดินนี้เป็นพื้นที่ใหญ่ในเขตทางทิศตะวันตกของอำเภอศรีสงครามและทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอบ้านแพง   สภาพการใช้ทีดินในปัจจุบันในช่วงตั้งแต่ปี   2529     เป็นต้นมาเกษตรกรเริ่มทำนาปีกันบ้างเนื่องจากปริมาณน้ำที่ท่วมไม่รุนแรงเหมือนแต่ก่อนซึ่งในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำที่ดินนี้มาใช้ในการปลูกข้าวจะต้องใช้การลงทุนที่สูงส่วนในฤดูแล้งจะมีการใช้พื้นในการทำนาก็เฉพาะบางบริเวณ   ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำตามธรรมชาติ  เช่น   หนอง   บึง   ห้วย   เป็นต้น
          หน่วยที่ดินที่  7    มีเนื้อที่ประมาณ   37,774   ไร่   หรือร้อยละ   1.10   ของเนื้อที่จังหวัด   หน่วยที่ดินนี้มีสภาพพื้นที่การเกิดและความอุดมสมบูรณ์คล้ายกับหน่วยดินที่  6  แต่มีความแตกต่างในด้านความรุนแรงของของน้ำท่วมมีไม่มากเท่าหน่วยที่ดินที่   6  สภาพการใช้ประโยชน์ปัจจุบันเกษตรกรสามารถทำนาปีได้   พันธ์ที่ใช้ส่วนใหญ่ข้าวเหนี่ยว  กข.  6  และข้าวเจ้าหอมมะลิหน่วยที่ดินนี้พบบริเวณทิศเหนือ   อำเภอนาหว้า   และทิศตะวันตกของอำเภอศรีสงคราม
          หน่วยที่ดินที่  8   มีเนื้อที่ประมาณ   413,472   ไร่    หรือ  ร้อยละ   12.00   ของเนื้อของจังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่ราบเรียบ   ความลาดชัน   0-3   เปอร์เซ็นต์   อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ   120-150    เมตร  เป็นดินลึก  มีการระบายน้ำเลว   เนื้อดินบนมีเนื้อดินเป็นทราย   คือ  ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย   ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   5.5-6.0  ส่วนดินล่างมีเนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายหรือดินเหนียวปนทราย    ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   5.5-5.5  บางแห่งจะพบสีแดงของศิลาแลงอ่อน   ในปริมาณ   5-50  เปอร์เซ็นต์  โดยปริมาตร  ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ   การใช้ประโยชน์ที่ดินในหน่วยนี้  ส่วนใหญ่ในการปลูกข้าว   ปัญหาของหน่วยที่ดินนี้นอกจากเรื่องความอุดมสมบูรณ์อุ้มน้ำปานกลาง   เนื่องจากเนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย   สภาพการใช้ที่ดินในปัจจุบันส่วนใหญ่  ใช้ในการทำนาข้าวโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก  ที่ดินในหน่วยนี้พบเป็นพื้นที่บริเวณกว้างในเขตอำเภอเรณูนครทางตอนเหนือของอำเภอธาตุพนม    ทางทิศใต้ของอำเภอเมือง   และทางทิศตะวันตกของอำเภอนาหว้า
         หน่วยที่ดินที่  9  มีเมื้อที่ประมาณ   13,225   ไร่   หรือร้อยละ  0.38   ของเนื้อที่จังหวัด   หน่วยที่ดินนี้มีสภาพทางกายภาพ    การเกิดและความอุดมสมบูรณ์เหมือนกับที่  8  แต่แตกต่างกันที่หน่วยที่ดินที่   9     อยู่ในเขตชลประทาน   ทำให้ที่ดินในหน่วยนี้มีศักยภาพในการผลิตสูงกว่าหน่วยที่ดินที่   8   นอกจากนี้ในช่วงฤดูแล้งยังสามารถทำนาปรังหรือปลูกพืชไร่จำพวกถั่วต่าง ๆ  หรือพืชผัก   เป็นต้น   การใช้ประโยชน์ในหน่วยที่ดินส่วนใหญ่ในช่วงฤดูฝนจะทำนาปีเป็นหลัก  หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวแล้วทำการปลูกข้าวนาปรัง   หรือพืชไร่จำพวกถั่วเหลือง   ยาสูบ   และพืชผักต่าง ๆ  หน่วยดินนี้พบแถบบริเวณที่ดินติดลำน้ำก่ำใกล้อำเภอนาหว้า
          หน่วยที่ดินที่  10   มีเนื้อที่ประมาณ  243,445   ไร่  หรือร้อยละ   7.07  ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่ราบเรียบ   ความลาดชันของพื้นที่   0-2  เปอร์เซ็นต์อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง   ประมาณ   120-150   เมตร   ลักษณะจะแตกต่างจากหน่วยที่ดินที่  8  และ   9  คือ  จะมีพวกเศษหินหรือลูกรังในชั้นดินระดับตื้นมีการระบายน้ำเลวดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วน  หรือดินทราย   ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง   ประมาณ  5.0-6.5  ดินล่างมีเนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนศิลาแลงหรือดินเหนียวปนทรายปนกรวด   ค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ   5.0-6.5    ความอุดมสมบูรณ์ต่ำที่ดินในหน่วยนี้พบกระจายอยู่ทางทิศเหนือของอำเภอนาแก    ทางทิศใต้ของอำปลาปาก  ทิศใต้และทิศตะวันออกของอำเภอเมืองใกล้กับสนามบินนครพนมและบริเวณพื้นที่รอบ ๆ  ใกล้กับอำเภอนาหว้านอกนั้นพบกระจายอยู่ในเขตอำเภอบ้านแพงและอำเภอโพนสวรรค์   การใช้ประโยชน์ของที่ดินในหน่วยนี้ส่วนใหญ่ใช้ในการปลูกข้าว    การใช้ดินในปัจจุบัน   ปลูกข้าวนาปี   อาศัยน้ำฝน   ปัญหาของดินในหน่วยนี้   คือ  ดินมีลูกรังปะปนอยู่ในชั้นดินมาก   ทำให้ยากต่อการไถพรวนและมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ  จึงควรมีการปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น   โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และพันธ์และข้าวที่ปลูกยาสูบพันธุ์เตอร์กิส   หรือแตงโม
          หน่วยที่ดินที่  11    มีเนื้อที่ประมาณ  6,477  ไร่   หรือร้อยละ   0.19   ของเนื้อที่จังหวัด   ลักษณะของที่ดินในหน่วยนี้จะมีการปะปนกันของสภาพพื้นที่สองลักษณะ   การเกิดและความอุดมสมบูรณ์เหมือนกับหน่วยที่ดินที่  10  แต่แตกต่างที่มีศักยภาพในการผลิตดีกว่า   เนื่องจากอยู่ในเขตชลประทาน   นอกจากนี้ในช่วงฤดูแล้งยังสามารถทำนาปรังได้หรือปลูกพืชไร่พวกถั่วและพืชผักต่าง ๆ  ได้  ที่ดินในหน่วยนี้   พบบริเวณใกล้ ๆ  กับอำเภอนาหว้าและบริเวณที่ติดกับบริเวณที่ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยแคน   ตำบลหนองฮี   อำเภอปลาปาก   พื้นที่ส่วนใหญ่เหล่านี้ใช้ในการปลูกข้าวนาปี   ส่วนในช่วยฤดูแล้งจะทำการเพาะปลูกยาสูบพันธ์เตอร์กิส   หรือแตงโม
          หน่วยที่ดินที่  12   มีเนื้อที่ประมาณ  137,190   ไร่   หรือร้อยละ  0.91   ของเนื้อที่จังหวัด   ลักษณะของที่ดินในหน่วยนี้จะมีการปะปนกันของสภาพพื้นที่สองลักกษณะ   คือที่สภาพที่ลุ่มปะปนกับสภาพที่ดอน   เนื่องจากข้อจำกัดของมาตราส่วนของแผนที่   จึงไม่สามารถแยกที่ลุ่มออกจากทีดอนได้  ซึ่งในบริเวณที่ลุ่มจะมีลักษณะสภาพพื้นที่ที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงลูกคลื่นลอนชันมีความลาดชันมีความลาดชัน   2-8   เปอร์เซ็นต์   อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ    150-180   เมตร  ซึ่งลักษณะทางกายภาพ   และความอุดมสมบูรณ์  ดูรายละเอียดได้จากหน่วยที่ดินที่   19  หน่วยที่ดินที่  12  จะพบเป็นบริเวณใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอปลาปาก    และทางทิศเหนือของอำเภอโพนสวรรค์  การใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่  ใช้ทำนาบางบริเวณยังคงสภาพเป็นป่าอยู่
         หน่วยที่ดินที่  13    มีเนื้อที่ประมาณ 4,937   ไร่  หรือร้อยละ   0.14   ของเนื้อที่ของจังหวัด   ลักษณะของดินในหน่วยที่ดินนี้คล้ายกับหน่วยที่ดินที่  6  และ  8   แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเป็นพื้นที่ที่ดินเค็มซึ่งบริเวณนี้พบทั้งดินเค็มมาก  (มีคราบเกลือกว่า   50%   ของพื้นที่)   และที่ดินเค็มปานกลาง  (มีคราบเกลือ  10-50 %  ของพื้นที่ )  อยู่ในเขตอำเภอนาหว้า  และอำเภอนาแกส่วนบริเวณที่มีดินเค็มนี้เป็นอุปสรรคต่อการปลูกพืชทนเค็มไม่ได้   การใช้ประโยชน์จึงควรมีการปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น  โดยใช้ปุ๋ยอินทรียวัตถุและวัสดุปรับปรุงดินบางชนิดมาใช้   เช่น   ยิบซัม  ปูน  แกลบ   เพื่อคลุมดินหรือปลูกพืชคลุมดิน   ไม่ปล่อยหน้าดินให้ว่างเปล่าเพื่อป้องกันไม่ให้เหลือจากดินล่างขึ้นมาสะสมบนผิวดิน   นอกจากนี้ควรใช้พันธุ์ที่ทนเค็มปลูก  เช่น  ข้าวพันธ์ข้าวดอกมะลิ   105  ข้าวพันธุ์  กข.  6  ข้าวพันธ์  กข.  8  หรือกข.  15  และข้าวเหนียวสันป่าตอง
         หน่วยที่ดินที่   14   มีเนื้อที่ประมาณ   13,769   ไร่   หรือร้อยละ   0.40   ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบจนถึงลูกคลื่นลอนลาด   ความลาดชันของพื้นที่ 1-5   เปอร์เซ็นต์เป็นดินลึก   การระบายน้ำดีถึงดีปานกลางอยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ   130-150   เมตร  เนื้อดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วน   ดินร่วนเหนียว   หรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้งปฏิกิริยาดินอยู่ระหว่าง   6.0-7.0   เนื้อดินล่างมีเนื้อดินเป็นดินเหนียว   ดินร่วนเหนียวปนทรายแป้งบางแห่งอาจพบศิลาแลงอ่อน   ปฏิกิริยาดินอยู่ระหว่าง   6.5-7.0   ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำถึงปานกลาง   ที่ดินในหน่วยนี้มีศักยภาพในการผลิตปานกลางถึงต่ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำสวนผัก   สวนผลไม้   และพืชไร่   แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการเสี่ยงต่อการขาดน้ำในฤดูเพาะปลูก   ถ้ามีระบบชลประทานช่วยและมีการจัดการที่ดีจะทำให้ปลูกพืชหมุนเวียนได้ตลอดปี   การใช้ประโยชน์ในปัจจุบันนำมาใช้ในการปลูก   มะเขือเทศ   ยาสูบ   ข้าวโพดหวานและปอกระเจา   ที่ดินในหน่วยนี้พบเป็นบริเวณแคบ ๆ ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง   ติดกับอำเภอบ้านแพง   และทางตอนใต้ของอำเภอเมืองบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง
          หน่วยที่ดินที่  15  มีเนื้อที่ประมาณ  3,850  ไร่  หรือร้อยละ   0.11   ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่แบบค่อนข้างราบเรียบ   ความลาดชันของพื้นที่   1-3  เปอร์เซ็นต์  การระบายน้ำดี   เป็นดินลึกอยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ  140  เมตร  มีเนื้อดินเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนปนทรายแป้ง    ปฏิกิริยาดินอยู่ระหว่าง   5.0-7.0   ส่วนเนื้อดินล่างเป็นดินร่วน   ดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนเหนียว   บางแห่งอาจพบเศษไมก้า   ปฏิกิริยาดินอยู่ระหว่าง   6.5-7.5   ความอุดมสมบูรณ์ของดินปานกลางที่ดินมีศักยภาพในการให้ผลผลิตปานกลางเนื่องจากมีข้อจำกัดเกี่ยวกับเนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย   การใช้ประโยชน์ที่ดินในหน่วยนี้พบว่าส่วนใหญ่ใช้ในการปลูกพริก   หอมแดง   กระเทียม   ยาสูบ   และมะเขือเทศ   บางบริเวณมีการสูบน้ำจากหนองน้ำมาใช้เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง   ดินในหน่วยนี้พบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอธาตุพนมและอำเภอบ้านแพงบริเวณที่ลำน้ำสงครามบรรจบแม่น้ำโขง
         หน่วยที่ดินที่  16   มีเนื้อที่ประมาณ   379,322   ไร่   หรือร้อยละ   11.01   ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาด   มีความลาดชั้น   1-5 เปอร์เซ็นต์   อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ   150-200   เมตร   ลักษณะดินเป็นดินลึกการระบายของน้ำดีดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย   ปฏิกิริยาดินอยู่ระหว่าง   5.0-6.0   ดินล่างมีเนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายหรือดินร่วนเหนียว   ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   4.5-5.5   ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ   ดินในหน่วยนี้จะพบเป็นพื้นที่บริเวณกว้างในเขตอำเภอศรีสงคราม   อำเภอท่าอุเทนและทางตอนใต้ในเขตอำเภอนาแก   นอกนั้นอยู่กระจายทั่วทั้งจังหวัด   การใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่ใช้ในการปลูกมันสำปะหลัง   สับปะรด   บางส่วนยังคงสภาพป่าธรรมชาติอยู่ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินในหน่วยนี้   คือ   มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำดินมักขาดน้ำเพราะส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก
         หน่วยที่ดินที่   17   มีเนื้อที่ประมาณ   11,731   ไร่   หรือร้อยละ   0.34   ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะสภาพพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาด   อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง   ประมาณ   150   เมตร   เป็นดินลึก   การระบายน้ำค่อนข้างดีเกินไป   ดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย   หรือดินทราย   ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   6.0-7.0   ดินล่างมีเนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย   หรือดินทราย   ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   5.0-6.5   ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำมาก   คุณสมบัติทางกายภาพของดินไม่ดี   คือ   มีเนื้อดินเป็นทรายจัดทำให้มีอินทรียวัตถุต่ำ   การใช้ประโยชน์ของที่ดินในหน่วยนี้   ส่วนใหญ่ใช้ในการปลูกมันสำปะหลัง   บางบริเวณยังคงสภาพป่าธรรมชาติอยู่   การปรับปรุงควรเน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับโครงสร้างของดิน   บริเวณที่พบดินในหน่วยนี้เป็นบริเวณพื้นที่ใหญ่   คือ   บริเวณทางตอนใต้ของอำเภอบ้างแพง   นอกนั้นเป็นบริเวณพื้นที่เล็ก ๆ ในเขตอำเภอศรีสงคราม   และอำเภอปลาปาก
           หน่วยที่ดินที่   18   มีเนื้อที่ประมาณ   75,547   ไร่   หรือร้อยละ   2.19   ของเนื้อที่จังหวัด   มีลักษณะพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาดอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ   150   เมตร   เป็นดินลึก   การระบายน้ำค่อนข้างดีถึงมากเกินไป   ดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย   หรือดินทรายปนดินร่วน   ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   5.5-6.5   ดินล่างมีเนื้อดินเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินทรายปนดินร่วน   และมีชั้นการสะสมอินทรียวัตถุหรือสารประกอบของเหล็กที่อัดตัวค่อนข้างแน่น   ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   5.5-6.0   ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำมากปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ในหน่วยนี้คือ   ดินเป็นดินทรายมีคุณสมบัติไม่เก็บกักน้ำ   และธาตุอาหารและมีชั้นดานแข็งอยู่ชั้นล่าง   ส่วนใหญ่พบที่ระดับความลึก   50-80   เซนติเมตร   ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการหยั่งของรากพืชที่มีรากแก้ว   นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการแช่ขังของน้ำในช่วงฤดูฝนเพราะชั้นดานแข็งเป็นที่เก็บกักน้ำทำให้รากพืชหลายชนิดอาจถูกน้ำแช่ขังเน่าตายได้บริเวณที่พบดินในหน่วยนี้เป็นบริเวณพื้นที่ใหญ่   คือ   ทางตอนใต้ของอำเภอนาหว้า   ทางทิศตะวันออกของอำเภอศรีสงครา   และทางตอนกลางของอำเภอบ้านแพง   นอกนั้นอยู่กระจายในเขตอำเภอท่าอุเทน   และอำเภอเมือง   การใช้ประโยชน์ปัจจุบัน   ปลูกมันสำปะหลัง   และป่าธรรมชาติ
          หน่วยที่ดินที่   19   มีเนื้อที่ประมาณ   966,806   ไร่   หรือร้อยละ   28.06   ของเนื้อที่จังหวัด   มีสภาพพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาดถึงลูกคลื่นลอนชัน   ความลาดชันประมาณ   2-8   เปอร์เซ็นต์   อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ   150-180   เมตร   เป็นดินตื่นการระบายน้ำดี   ดินบนมีเนื้อดินเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนกรวด   ปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   5.0-6.5   ดินชั้นล่าง   มีเนื้อดินเป็นดินเหนียวปนกรวดหรือศิลาแลง   ดินร่วนปนทรายปนกรวดปฏิกิริยาของดินอยู่ระหว่าง   4.5-5.5   ความอุดมสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติต่ำถึงปานกลาง   บางบริเวณของหน่วยที่ดินนี้   พบแผ่นศิลาแลง   ที่จับตัวเป็นแผ่นโผล่อยู่บนหน้าดินทำให้เป็นอุปสรรคในการเกษตรกรรม   สภาพพื้นที่ตามธรรมชาติเป็นเต็งรัง   บางแห่งมีการนำดินมาใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชไร่   เช่น   มันสำปะหลัง   สับปะรด   มะม่วงหิมพานต์   หน่วยที่ดินนี้พบเป็นพื้นที่ใหญ่ทางตอนเหนือของจังหวัด   ตอนกลางของจังหวัดในเขตอำเภอโพนสวรรค์และทางตะวันตกเฉียงใต้ในเขตอำเภอเมือง   อำเภอปลาปาก   อำเภอเรณูนคร   รวมทั้งอำเภอนาแก   ซึ่งในสภาพของหน่วยที่ดินนี้   จะเป็นอุปสรรคต่อการปลูกพืชเป็นอย่างมาก   โดยเฉพาะพืชยืนต้นเพราะเป็นอุปสรรคต่อการหยั่งรากลึกได้   ดังนั้น   การใช้ประโยชน์ที่ดินในหน่วยนี้ควรจะเก็บไว้เป็นป่าธรรมชาติหรือปรับปรุงเป็นสวนป่า   ส่วนบริเวณใดที่มีการหักร้างถางพงแล้งอาจปรับปรุงเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เป็นการอนุรักษ์ดิน   และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
          หน่วยที่ดินที่   20   มีเนื้อที่ประมาณ   66,761   ไร่   หรือร้อยละ   1-94   ของเนื้อที่จังหวัด   เป็นบริเวณที่เป็นเนินเขาสูง   ภูเขาสูง   หรือบริเวณที่มีหินโผล่ที่มีศักยภาพในการเกษตรต่ำซึ่งส่วนใหญ่จะมีความลาดชันมากกว่า   35   เปอร์เซ็นต์   อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง   ประมาณ   200-450   เมตร   พื้นที่ของหน่วยที่ดินนี้พบกระจายอยู่ทางตอนเหนือ   และตอนใต้   ของจังหวัดสภาพทั่วไปเป็นป่าธรรมชาติ   เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติภูพาน   และเขตป่าสงวนแห่งชาติบริเวณเหล่านี้จึงควรสงวนไว้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
 การใช้ที่ดิน   จังหวัดนครพนมใช้ที่ดินยังมีปัญหาอยู่มาก   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ที่ดินทางการเกษตร   ซึ่งมีการใช้ที่ดินที่มีลักษณะไม่เหมาะสมสอดคล้องกับการเพาะปลูก   การใช้ที่ดินของจังหวัดนครพนม   ขณะนี้เหลือเป็นที่ป่าไม้ไม่ถึงร้อยละ   15   เนื่องจากการบุกรุกเพื่อทำกินในป่าสงวนแห่งชาติ   (ซึ่งเสื่อมโทรมแล้วเป็นส่วนใหญ่)   และจากการที่รัฐมีนโยบายให้สิทธิทำกินแก่เกษตรกร   ในปีเพาะปลูก   2535/2536   มีเนื้อที่ถือครองเพื่อการเกษตรไม่ถึงร้อยละ   50   ของพื้นที่ของจังหวัด   คือประมาณ   1,645,830   ไร่   เป็นที่นา   1,184,462   ไร่   ที่ดินปลูกพืชไร่   334,564   ไร่   ปลูกไม้ผล   95,812   ไร่   และเป็นที่ปลูกพืชผักและไม้ดอก   30,992   ไร่   เพิ่มขึ้นถึงกว่า   5   เท่าตัวในช่วง   10   ปีที่ผ่านมา   ในขณะที่การปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นตลอดจนพืชไร่เพิ่มขึ้น   2-3   เท่าตัว   แต่การทำนายังคงรักษาระดับอยู่ใกล้เคียงกับเมื่อ   10   ปีที่แล้ว
 หินกรวดและทราย   ส่วนที่เป็นหินเป็นภูเขา   จังหวัดนครพนมมีเพียงเป็นส่วนน้อยในเขตเหนือ   ในพื้นที่อำเภอบ้านแพง   และเขตใต้ในพื้นที่อำเภอนาแก   ยังไม่นำมาใช้ประโยชน์อะไรแต่จะมีหินทราย   หรือหินดานในดินชั้นล่างที่โผล่ขึ้นมา    บางพื้นที่ได้นำมาใช้ในการก่อสร้างทำเขื่อนกั้นน้ำและตลิ่งหรือการก่อสร้างอื่นแต่ไม่มากนัก   กรวดและทรายมีมากในแม่น้ำโขง   ซึ่งมีบริษัทเอกชน   สัมปทานจากทางราชการไปดำเนินการ   ทรายในแม่น้ำโขงมีทั้งทรายหยาบและทรายละเอียด   คุณภาพดีน้ำไปใช้ในการก่อสร้างได้เพียงพอภายในจังหวัด   และส่งไปขายในจังหวัดใกล้เคียงด้วยและกรวดก็มีทั้งก้อนเล็กและก้อนโตสามารถนำใช้แทนหินในการก่อสร้างเพียงพอสำหรับการก่อสร้างภายในจังหวัดและส่งขายในจังหวัดใกล้เคียงเช่นกันทำให้เกิดอาชีพดูดทรายในแม่น้ำโขงไว้ขาย   การขนกรวดทรายไปขายต่างจังหวัด   ทำให้เกิดการชำระของถนนหลายสายเป็นผลเสียต่อการคมนาคมของจังหวัดเช่นเดียวกัน 

ดินลูกรัง

   ดินลูกรังมีอยู่ในบริเวณของจังหวัด   ได้แก่   บริเวณพื้นที่ของอำเภอปลาปาก   และทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอเมืองนครพนมกับบริเวณทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอท่าอุเทน   ดินลูกรังในบริเวณพื้นที่เหล่านี้มีคุณภาพและมีจำนวนมากพอในการก่อสร้างและในเชิงพาณิชย์

เขียนเมื่อ : 05 มิ.ย. 2553,00:03   เข้าชม : 1426 ครั้ง



จังหวัดนครพนม » ประวัติศา่สตร์และข้อมูลทั่วไปอื่นๆที่น่าสนใจ
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านหาดแพง ตำบลหาดแพง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
เมื่อปี พ.ศ. 2538 ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมหนักในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม โดยเฉพาะบ้านหาดแพงมีระดับน้ำท่วมสูงถึง 1 เมตร ก่อให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมากแก่ราษฎรและต่อมา
เจ้าเมืองเรณูนครในอดีต
เจ้าเมืองเรณูนครในอดีต
หัตถกรรมพื้นบ้าน
จังหวัดนครพนม มีศิลปกรรมที่เด่น ๆ ได้แก่การทำแคน และการสานกระติบ
สถาปัตยกรรม ในจังหวัดนครพนม
สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม หมายถึงสิ่งก่อสร้างถาวรวัตถุ สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญ ที่แสดงถึงสถานภาพของชุมชน
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ทรัพยากรธรรมชาติ


แบ่งปัน     แนะนำบทความหรือเนื้อหาหน้านี้ลงใน Facebook
 

คติพจน์_9ประการ คลิปแสกเต้นสาก ชนเผ่าไทยแสก ที่พักจ.นครพนม ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม นาแก ประวัติอาณาจักรโคตรบูรณ์ ประเพณีไหลเรือไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ_2553 พระธาตุพนม ฟ้อนภูไท_ ภาพเรือยาว ภาพเเข่งเรือยาวบัวหลวง รำบวงสรวงพระธาตุพนม รูปสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขง ร้านอาหารสวนไผ่ริมโขงนครพนม วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม สะพาน อบต.นาทราย อบต.บ้านค้อ อาณาจักรโคตรบูรณ์ เผ่าไทลาว แข่งเรือยาวของ_จ_นครพนม โรงฆ่าสัตว์เทศบาลตำบลศรีสงคราม โรงแรมที่นครพนม โรงแรมนครพนม โรงแรมนครพนม_ริเวอร์ โรงแรมวิวโขง ไหลเรือไฟ_2553



Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
Links