2.3 ทรัพยากรป่าไม้ ป่าไม้ของจังหวัดนครพนม จะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ ไม่มีป่าที่เป็นประเภทเดียวกันเป็นแนวต่อเนื่อง แต่จะผสมผสานกัน และสลับเปลี่ยนกันไปไม่แน่นอนซึ่งสภาพป่าไม้สามารถจำแนกออกได้เป็น ป่าดงดิบแล้ง เป็นป่าที่จัดอยู่ในมรสุมขึ้น เป็นป่าประเภทที่กึ่งกลาง ป่าร้อนชื้น หรือป่าดงดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ ป่านี้พบตามหุบเขา ของทิวเนินเขาเตี้ยจนถึงบริเวณที่สูงราว 1,000 เมตร และพบตามบริเวณที่ราบบริเวณริมลำธารต่าง ๆ ในจังหวัดนครพนมพบป่านี้ทางตอนเหนือสุดบริเวณทิวเขาภูลังกาในเขตอำเภอบ้านแพง และทางทิศใต้บริเวณตามทิวเขาภูพาน ในเขตอำเภอนาแกพันธุ์ไม้ที่พบอยู่ในป่าดงดิบแล้งจะมีทั้งพวกเขียวชอุ่มตลอดปีและพวกไม้ผลัดใบ ชนิดไม้ที่สำคัญมีไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้ตะแบก ไม้มะค่าแต้ ไม้เหียง เป็นต้น ป่าแดง เป็นป่าที่จัดอยู่ในป่ามรสุมแล้ง โดยทั่วไปป่าแดงจะเกิดตามบริเวณแห้งมาก เช่น ดินกรวด ทราย หรือลูกรัง ซึ่งมีธาตุอาหารน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณดินส่วนบน ซึ่งธรรมชาติกัดกร่อนไปมาก หลายแห่งจะเห็นดินชั้น ดินลูกรังโผล่ขึ้นมาอยู่บริเวณผิวดิน การเกิดป่าแดงจะมีสาเหตุจากการกระทำของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ อันเนื่องมาจากการเผาเศษไม้ ใบไม้ในฤดูแล้ง การทำไร่เลื่อนลอย รวมทั้งการตัดไม้มากเกิดไป ซึ่งถ้าการกระทำเหล่านี้ ดำเนินต่อไปในระยะเวลานานหลายปี ก็จะทำให้ป่าเหล่านี้เสื่อมโทรมลง และกลายเป็นป่าแคระ หรือป่าแดงไปในที่สุด ในจังหวัดนครพนมป่าชนิดนี้ พบมากและมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ทุกส่วนของจังหวัด เนื้อที่ป่าแดงที่ติดต่อกันเป็นพื้นที่ใหญ่จะพบทางตอนกลางและตอนใต้ของจังหวัด พันธุ์ไม้ที่พบในป่าชนิดนี้ได้แก่ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้พลวง ไม้ยาง และไม้เหียง เป็นต้น ป่าเบญจพรรณ เป็นป่าที่จัดอยู่ในประเภทป่ามรสุมชื้นและ เป็นป่าที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับป่าดงดิบแล้งและป่าแดง บ่อยครั้งจะพบป่าเบญจพรรณ อยู่ในแนวแคบ ๆ ระหว่างป่าทั้งสองนี้ ต้นไม้ส่วนใหญ่ในป่าเบญจพรรณนี้จะเป็นพวกไม้ผลัดใบ ทำให้ฤดูแล้งสามารถสังเกตเห็นป่าชนิดนี้ได้ง่าย เนื่องจากต้นไม้จะทิ้งใบจนเกิดความแตกต่างกับป่าดงดิบแล้งและป่าแดงอย่างชัดเจน ในจังหวัดนครพนมป่าชนิดนี้ทางตอนใต้ของจังหวัด พันธุ์ที่พบที่สำคัญได้แก่ ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้พยุง บางแห่งมีต้นสักขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ แต่มีจำนวนไม่มากนัก สำหรับประเภทของป่าไม้ สามารถแยกได้ดังนี้ ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นป่าที่กรมป่าไม้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มีจำนวน 12 ป่า รวม 565,360.50 ไร่ หรือร้อยละ 20 ของเนื้อที่จังหวัด พื้นที่ป่าไม้ที่คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้เป็นป่าถาวรของชาติ มีจำนวน 8 ป่า รวม 382,176 ไร่ หรือร้อยละ 11 ของเนื้อที่จังหวัด ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดส่วนใหญ่ได้ถูกทำลาย และบุกรุกจนพื้นที่ป่าลดลงเรื่อย ๆ
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจังหวัดนครพนม
|
ชนิด / ชื่อป่า |
บริเวณ |
พื้นที่ตาม
กฎกระทรวงฯ
(ไร่) |
|
ป่าสักพุ่มแก
ป่าสักหนองห้าง
ป่าภูลังกา
ป่าดงเซกา แปลงที่ 1
ป่าห้วยศรีคูณ
ป่าหนองบัวโค้ง
ป่าดงเชียงยืน
ป่าดงบ้านโพนสว่างและป่าปลาปาก
ป่าบ้านโพนตูมและป่านางุม
ป่าดงเมา
ป่าดงหมู
ป่าดงเซกา แปลงที่ 2 |
อำเภอนาแก
อำเภอนาแก
อำเภอบ้านแพง
อำเภอเมือง โพนสวรรค์ ท่าอุเทน
อำเภอท่าอุเทน
อำเภอนาแก
อำเภอท่าอุเทน
อำเภอเมือง ปลาปาก
อำเภอศรีสงคราม ท่าอุเทน
โพนสวรรค์
อำเภอบ้านแพง นาทม
อำเภอธาตุพนม
อำเภอโพนสวรรค์ ท่าอุเทน เมือง |
162.50
100.00
44,031.00
67,917.00
16,875.00
13,043.00
11,950.00
63,750.00
131,850.00
65,000.00
24,117.00
126,656.00 |
พื้นที่ป่าไม้ที่คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้เป็นป่าถาวรของชาติ
|
ชนิด/ชื่อป่า |
บริเวณอำเภอ |
เนื้อที่(ไร่) |
มติคณะรัฐมนตรี
วันที่ |
|
ป่าเชียงยืน (8 แปลง)
ป่าโนนสว่าง-ปลาปาก (3 แปลง)
ป่าบ้านโพนตูมนางูม (14 แปลง)
ป่าสักพุ่มแก (2 แปลง)
ป่าดงเซกาหมายเลข 74 (3 แปลง)
ป่าดงเมาหรือภูลังกา (2 แปลง)
ป่าดงภูพาน (1 แปลง)
ป่าดงหมู |
ท่าอุเทน
เมือง ปลาปาก
ศรีสงคราม
นาแก
เมือง ท่าอุเทน
โพนสวรรค์
บ้านแพง นาทม
บ้านแพง
ธาตุพนม |
551
373
1,466
91
163,237
63,361
129,730
23,367 |
15 พฤศจิกายน 2531
15 พฤศจิกายน 2531
15 พฤศจิกายน 2531
15 พฤศจิกายน 2531
15 เมษายน 2536
15 เมษายน 2536
15 เมษายน 2536
15 เมษายน 2536 |
ที่มา : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม , 2540
ในอดีตป่าไม้ในจังหวัดนครพนม เป็นป่าไม้ที่มีคุณค่าเป็นอย่างมากมีทั้งป่าคล้ายป่าดงดิบ มีต้นไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งมีซากและร่องรอยป่าอยู่หลายแห่ง ป่าทึบริมน้ำซึ่งเป็นทั้งธัญญาหาร และสมุนไพรมีไม้นานาพรรณ ป่าภูเขาเป็นทั้งแหล่งไม้ใช้ประโยชน์การก่อสร้าง ธัญญาหารและสมุนไพรนานาประการแม้ปัจจุบันก็ยังมีไม้สมุนไพรอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ป่าภูลังกาเป็นต้น นอกจากไม้ป่านานาพรรณที่มีคุณค่าแล้ว ยังมีสัตว์ป่านานาชนิดอีกจำนวนมากทั้งเก้ง กวาง เสือ หมูป่า นกตามริมน้ำ ห้วยหนอง คลองบึง แต่ว่าเสียดายที่ประมาณยังย้อนอดีตไป 30-50 ปีมานี้เอง ป่าไม้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วด้วยการทำไร่เลื่อนลอย การจับจองเป็นเจ้าของอย่างถาวร การค้าไม้ทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าเกิดการกัดเซาะพังทลาย สูญเสียความสมบูรณ์ทำให้ขาดความหลากหลายทางชีวภาพและเกิดความแห้งแล้งตามมา เป็นผลกระทบต่อการดำรงชีพของรุ่นลูกหลาน ต้องลำบากต่อสู้กับภัยธรรมชาติที่เกิดตามมา
2.4 ทรัพยากรแร่ธาตุ แร่ธาตุที่สำคัญของจังหวัดนครพนมจากอดีตถึงปัจจุบันพบว่ามีแร่ธาตุจำนวนน้อยที่พบคือ เกลือสินเธาว์พบอยู่ในชั้นดิน โดยเฉพาะตามประวัติศาสตร์มีการผลิตเป็นจำนวนมากในเขตลุ่มน้ำสงคราม เขตอำเภอศรีสงคราม มีซากเตาเกลืออยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ตามตำนานเล่าขานของชาวแสก บ้านอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม มีอาชีพหนึ่งเกิดขึ้นประมาณ 50-100 ปี ผ่านมาแล้ว คือ อาชีพ “บ้างคำ” หรือ อาชีพ “ร่อนทอง” ตามลำน้ำโขง บางตระกูลของชาวแสกก็ยังมีอุปกรณ์อาชีพนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้แล้วไม่พบการทำแร่ธาตุอื่น ๆ ในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม
2.5 ทรัพยากรภูเขาและอื่น ๆ ทรัพยากรที่น่ากล่าวถึงอีกประการหนึ่งของจังหวัดนครพนม คือ ภูเขา จังหวัดนครพนมมีภูเขาทางซีกเหนือสุดและใต้สุดของจังหวัด เปรียบเสมือนเป็นหมวก และรองเท้าทำให้จังหวัดนครพนมเป็นดินแดนที่ศักดิ์สิทธิ์ อุดมสมบูรณ์ ภูลังกาทางซีกเหนือเป็นภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยไม้ป่านานาพรรณ มีน้ำตกและป่าสมุนไพร เกจิอาจารย์ไม่ว่าหลวงปู่แหวน หลวงปู่มั่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่สิม หลวงปูหล้า เป็นต้น ได้อาศัยป่าแห่งนี้เป็นที่อาศัยและที่วิเวกมาแล้วน่าจะได้รักษาไว้เป็นป่าที่ทรงคุณค่าคู่กับจังหวัดตลอดไป อีกประหนึ่งที่ทุกคนเดินทางมาจังหวัดนครพนมคือได้รับอากาศที่สดชื่นเย็นสบาย ไม่ร้อนจัดด้วยมีแม่น้ำ ภูเขาทั้งเหนือใต้และในฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้านตะวันออก มีลมชายฝั่งแม่น้ำโขงตลอดปี มีทิวทัศน์มีดวงจันทร์และตะวันขึ้นที่สวยงาม
|