กะลอกันขโมย กะลอเป็นภาษาถิ่นของนครพนม มีความหมายว่า เครื่อง สัญญาณทำด้วยไม้ ใช้ตีหรือสั่นให้ดังบอกสัญญาณต่าง ๆ ซึ่งจะตรงกับความหมายของคำว่าเกราะในภาษาไทย เช่น ตีเกราะ ชาวบ้านภาคอีสาน เรียกว่าตีกะลอ กะลอกันขโมยเป็นเทคโนโลยีชาวบ้านที่คิดประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ป้องกันพวกมิจฉาชีพที่คอยฉวยโอกาสขโมยสิ่งของชาวบ้านในยามวิกาลโดยเฉพาะเวลาที่เจ้าของบ้านนอนหลับชาวบ้านในชนบทของจังหวัดนครพนมบางท้องถิ่นนิยมกระทำกัน โดยทำเป็นความลับ ส่วนใหญ่จะไม่เปิดเผลเพราะเกรงว่าพวกหัวขโมยจะรู้และแก้ไขไหวตัวทัน จึงไม่ค่อยเปิดเผยเทคนิควิธีทำให้ใคร ๆ รู้ ประกอบกับปัจจุบันมีอุปกรณ์ป้องกันขโมยที่ทันสมัยมากขึ้น เทคโนโลยีชาวช้านชนิดนี้จึงนับวันจะเลือนหายไปจากความทรงจำกันแล้ว ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์กันขโมยหรือกะลอกันขโมยนี้พอจะอธิบายได้ดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ - ไม้ไผ่ 1 ปล้อง - ไม้แปรรูปทำโครงร่างกะลอ และส่วนประกอบของกะลอ - เชือกไนล่อน - ก้อนอิฐ - เครื่องมือช่างไม้ เช่น เลื่อย สิ่ว ค้อน ตะปู พร้า ขึ้นตอนวิธีการทำกะลอ น้ำไม้ไผ่เป็นปล้อง โดยที่ปลายของแต่ละข้างให้มีส่วนยื่นออกไปข้างละประมาณ 20 ซม. เจาะไม้ไผ่ตรงกลางปล้องด้านใดด้านหนึ่งออกเป็นช่อง เรียกว่าช่องเสียง เพื่อให้เกิดเสียงเวลาถูกเคาะ เจาะไม้ไผ่ในส่วนที่ยื่นจากข้อไม้ไผ่ทั้ง 2 ข้าง เพื่อทำโครงยึดตัวกะลอ ด้วยไม้แปรรูป ไม้แปรรูปที่สอดเข้ากับกระบอกไม้ไผ่ต้องเจาะรูกลม เพื่อสอดแกนหมุน ซึ่งทำด้วยไม้ปลายกลม เมื่อนำวัสดุที่เตรียมมาจากข้อ 1– 4 เข้าด้วยกันแล้วส่วนบนปลายไม้แปรรูปก็ใช้วิธีการยึด จะโดยวิธีเจาะสอดคานไม้ หรือ ใช้ไม้ตอกตะปูยึดก็ได้ เจาะรูส่วนปลายของกระบอกไม้ไผ่ทั้ง 2 ข้าง เพื่อสอดเชือก โดยทำรูเป็นช่องยาวประมาณ 5 ซม. มัดปลายเชือกเข้ากับปลายแกนไม้ตัวกลางทั้ง 2 ข้าง แล้วนำปลายเชือกอีกข้างหนึ่งสอดลงในรูไม้ไผ่ พันเชือกเข้ากับแกน การพันเชือกเข้ากับแกนนั้น แต่ละข้างจะพันกลับข้างกันเพื่อให้ดึงข้างหนึ่งออกอีกข้างหนึ่งจะพันเข้ากับแกน เมื่อพันเชือกกับแกนแล้ว ปลายเชือกข้างหนึ่งจะถ่วงด้วยก้อนอิฐ ทำลูกเคาะมัดด้วยเชือกผูกไว้ตรงกลางแกนที่หมุนได้ ปลายเชือกอีกข้างหนึ่งผูกด้วยเก็ดโดยใช้ไม้ไผ่ทำเป็นซี่มัดปลายหนึ่งไว้ เพื่อใช้เวลาห้าง วางกับดัก หรือติดตั้งวางกับดักขโมย (เก็ด 1) ทำไม้หลัก 2 ต้น โดยมีไม้ตอกยึดระหว่างต้นต่อต้น เพื่อประกอบการ ห้าง กับดักหรือจะใช้กิ่งไม้ที่มีคาคบ ตัดเป็นแง่งเอาส่วนปลายเป็นเสาแหลมตอกลงดินแทนก็ได้ เชือกเอ็นหรือไนล่อนเส้นเล็กยาวตามต้องการ ที่จะขึงรอบอาณาบริเวณสิ่งของที่ต้องการป้องกันหรือรอบบริเวณบ้านก็ได้ ปลายข้างหนึ่งมัดด้วยไม้คล้ายกับเก็ดแต่ยาวกว่า(เก็ด 2) หลักไม้หรือไม้ทำเสาเป็นที่เกี่ยวเชือกประมาณ 5–6 ต้น หรือหากมีเสาบ้านเสารั้ว ก็ใช้แทนกันได้ วิธีห้าง กะลอกันขโมย การวางกับดักด้วยกะลอกันขโมยหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าห้างนั้นทำไม่ยาก ไม่มีขั้นตอนซับซ้อนมากนัก โดยผู้จะวางกับดักนั้นจะต้องทำในเวลาวิกาล โดยพยายามปิดบังไม่ให้ใครเห็น โดยนำกะลอขึ้นมัดในที่สูง เช่น คาคบไม้ในบริเวณบ้านหรือ เป็นชายคาบ้านใกล้ที่นอนของตน จะได้ยินสัญญาณชัดเจน หรือที่อื่น ๆ ตามเหมาะสม ดังนี้ ด้านที่มีเชือกมัดก้อนอิฐไว้ จะหมุนเชือกให้พันกับแกนจนก้อนอิฐขึ้นไปชิดกับกระบอกไม้ไผ่ เชือกส่วนที่มัดกับเก็ดจะดึงยาวลงมาถึงพื้น ตอกเสาไม้ตามข้อ 11 ให้แน่นทั้ง 2 ข้าง ถ้าเป็นเสาคาคบไม้ก็ตอกให้แน่น เช่นกันเอาเก็ดส่วนที่มัดกับปลายเชือกเกี่ยวเข้ากับคานยึดระหว่างเสาทั้ง 2 ขึงเชือกเส้นเล็กไปรอบสิ่งของที่เราต้องการรักษา เช่น คอกควาย โรงรถ หรือบ้าน โดยพาดเชือกกับเสารั้วหรือทางเข้าบ้าน เมื่อห้างหรือวางกับดักตามขั้นตอนแล้ว เจ้าของบ้านก็นอนหลับได้สบายแต่เชือกขึ้นนั้นต้องสูงพ้นสุนัขหรือสัตว์อื่น ๆ เมื่อหัวขโมยหรือพวกมิจฉาชีพไม่รู้เดินเข้ามาชนกับเชือกที่ขึงรอบสิ่งของไว้จะทำให้เก็ดหลุดจากกัน ก้อนอิฐก็จะถ่วงลงสู่พื้นล่าง ทำให้แกนไม้หมุนตัวเคาะก็จะหมุนเคาะกะลอดัง ป๊อก ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าก้อนอิฐจะลงถึงพื้นดิน เจ้าของบ้านก็จะรู้สึกตัวตื่นทันเหตุการณ์ ส่วนหัวขโมยก็ตกใจหนีไป ถ้าในกรณีไม่มีหัวขโมยมารบกวน เจ้าของบ้านก็ต้องเก็บกะลอหรืออุปกรณ์การดักตั้งแต่เช้ามืดไม่ให้ใครเห็น คืนต่อไปก็ทำใหม่เช่นเดิม จึงนับว่าเป็นเทคโนโลยีชาวบ้านที่น่าศึกษา และอนุรักษ์ไว้ให้เยาวชนได้ทราบ ประดับความรู้สืบไป ในปัจจุบันผู้นำชาวบ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสมกับความคิดเดิมจับขโมยจับโจรได้โดยใช้เครื่องกระจายเสียงในหมู่บ้าน คือ สำรวจเส้นทางหนีทีไล่ ของหมู่บ้านไว้แล้ว วางแผนไว้ล่วงหน้าเวลามีเหตุเกิดขึ้นผู้ใหญ่บ้านก็จะตี กะลอ แล้วสั่งการให้ชาวบ้านจับอาวุธไปดักตามที่ต่าง ๆ โดยสั่งทางกระจายเสียง เมื่อชาวบ้านได้ยินคำสั่งก็รีบจับอาวุธไปยังที่หมายตามที่ตกลงกัน ดังนั้นจึงทำให้ทันเวลาทันเหตุการณ์จับขโมยได้เกือบทุกราย
|